ReadyPlanet.com
dot
bulletHome
dot
เกี่ยวกับมูลนิธิฯ
dot
bulletสมเด็จพระสังฆราช
bulletสารมูลนิธิสมาตมโหรฯ
bulletความเป็นมามูลนิธิฯ
bulletวัตถุประสงค์มูลนิธิฯ
bulletคณะกรรมการมูลนิธิฯ
bulletอาจารย์ผู้ทรงเกียรติ
bulletสถานที่ตั้งมูลนิธิฯ
dot
การเรียนการสอน
dot
bulletตารางการอบรม
bulletขั้นตอนการสมัคร
bulletห้องเรียนออนไลน์
bulletสถานที่ตั้งมูลนิธิฯ
dot
รายละเอียดหลักสูตร
dot
bulletดารา+โหราศาสตร์
bulletโหราศาสตร์สากลยูเรเนี่ยน
bulletโหราศาสตร์ไทย
bulletสุริยาตร์ศึกษา
bulletลายมือ(หัตถศาสตร์)
bulletกาลเวลาบนฝ่ามือ
bulletเลข 7 ตัว 9 ฐาน
dot
อาจารย์ผู้บรรยายที่มูลนิธิฯ
dot
bulletอ.อารี สวัสดี
bulletอ.วรพล ไม้สน
bulletอ.ลี ภัทรพงศ์มณี
bulletอ.สิวะพร เมธศาสตร์
bulletอ.กิตตินันท์ เจนาคม
bulletอ.ภารต ถิ่นคำ
dot
กิจกรรมมูลนิธิฯ
dot
bulletทำบุญขึ้นบ้านใหม่
bulletพยากรณ์การกุศล 100 ปี สมเด็จพระสังฆราช
bulletพยากรณ์การกุศล (1) สมเด็จพระเทพฯ
bulletพยากรณ์การกุศล (2) สมเด็จพระเทพฯ
dot
รับพยากรณ์ดวงขะตา
dot
bulletพยากรณ์ที่มูลนิธิฯ
bulletพยากรณ์นอกสถานที่
dot
บทความของอาจารย์ประจำมูลนิธิฯ
dot
bulletเรื่องที่ควรรู้ ดูเหมือนจะเข้าใจ
bulletถ้าจะเรียนโหรา ให้ฆ่าอ.ทั้ง ๔
dot
บทความหมอเถา(วัลย์)
dot
bulletหน้าพากย์
bulletเกณฑ์ชันษา
bulletดวงพระ
bulletดวงสองชั้น
bulletดาวแฝงแสง
bulletดวงชาวเกาะ
bulletดาวลอย
bulletตนุเศษ
bulletพระเคราะห์ถ่ายเรือน
bulletฤกษ์งาม-ยามดี
bulletลักคเนย์
bulletพินทุบาทว์
bulletดาวบุพกรรม
bulletบุษบามีคู่
bulletยามอัฎฐกาล
bulletกฎแห่งกรรม
bulletตั้งชื่อเด็ก
bulletยามกาลชะตา
bulletดาวคู่มิตร-คู่ธาตุ
bulletห้ามฤกษ์
bulletจับโจร
bulletบุพกรรมแห่งดาว
bulletเรียนโหราศาสตร์
bulletทักษาประสมเรือน
bulletจุดคราสในดวงชะตา
bulletทักษาสมเด็จ
bullet๓ ลัคนา
bulletอ่านดาว
dot
บทความทั่วไป
dot
bulletฮวงจุ้ยกับการเปลี่ยนแปลง
bulletความเป็นกลางกับศาสตร์โบราณของจีน
bulletจีนกับการเปลี่ยนแปลง
dot
อื่นๆ
dot
dot
แกลลอรี่ภาพกิจกรรมมูลนิธิฯ ต้องการดู Click ที่รูปด้านล่าง 1 ครั้ง
dot


งานเลี้ยงขอบคุณนักพยากรณ์
แจกประกาศนียบัตร นักพยากรณ์ งานพยากรณ์การกุศล
งานพยากรณ์การกุศล เฉลิมพระเกียรติ ๕ รอบ (2)
งานพยากรณ์การกุศล เฉลิมพระเกียรติ ๕ รอบ (1)
งานพยากรณ์การกุศล 100 ปี สมเด็จพระสังฆราช
ถวายพวงมาลา ตำหนักเพ็ชร
งานทำบุญขึ้นบ้านใหม่
ถวายพระพรสมเด็จพระสังฆราช
กระทรวงวัฒนธรรม
Work Shop การใช้โปรแกรม Uranus 2.6 และ 3.1
มหัศจรรย์ดวงอาทิตย์ตกตรง 15 ช่องประตู และจันทรุปราคาเต็มดวง  ปราสาทหินพนมรุ้ง บุรียรัมย์
เปิดพระบรมราชานุสาวรีย์​ ร.๔ หน้าวังสราญรมย์ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๗
วางมาลาวันคล้ายวันสวรรคต พระจอมเกล้าฯ ร.4


ฮวงจุ้ยกับความเชื่อ article

ฮวงจุ้ยกับความเชื่อ

               [  ฮกบุ้ง

 

ในพงศาวดารสามก๊ก  มีอยู่ตอนหนึ่งจากหลายๆตอน  ที่เกี่ยวกับพิธีกรรมของการใช้เวทมนต์คาถา  คือ ตอนที่โจโฉยกทัพมายังเมืองกังตั๋ง  เพื่อตีกองทัพของซุนกวน โดยที่ทหารของโจโฉมีความชำนาญในการรบบนพื้นราบ แต่ไม่ชำนาญการรบทางน้ำ   โจโฉซึ่งมีความเชี่ยวชาญในพิชัยสงครามก็สามารถรบเอาชนะกองทัพของซุนกวนที่มีแม่ทัพชื่อจิวยี่   จิวยี่ไม่สามารถตีทัพโจโฉได้จึงวางแผนทำลายกองทัพโจโฉให้แตก โดยใช้บังทองเข้าไปแนะนำโจโฉให้เอาเรือจำนวนมากผูกติดกันเหมือนเป็นแพลำใหญ่คล้ายแผ่นดิน ทำให้กองกำลังโจโฉไม่เมาคลื่นมีความฮึกเหิม    แต่หารู้ไม่ว่าจิวยี่ใช้อุบายวางเพลิงเผาแพลำใหญ่ของโจโฉ   หลังจากดำเนินตามแผนแล้วจิวยี่คิดว่าคราวนี้โจโฉเสร็จแน่     ทางฝ่ายโจโฉมีกุนซือแนะนำเหมือนกันว่าการใช้เรือจำนวนมากผูกติดกันแบบนี้หากข้าศึกวางเพลิงขึ้นมาจะหนีไม่ทัน เรื่องนี้โจโฉพอรู้แต่หากลัวไม่ เนื่องจากการที่จะเผาเรือนั้นไม่ง่ายต้องกระแสลมเป็นใจด้วย   ด้วยกระแสลมขณะนั้นพัดอยู่ในแนวทิศเหนือกับทิศใต้เป็นกระแสลมที่ขวางลำเรืออยู่มิได้พัดเข้าหาตัวเรือ  ลมนี้เรียกว่าลมอาคแนย์หรือลมตะวันออกเป็นลมที่พัดจากชายฝั่งเข้าหาทะเล    จิวยี่ซึ่งมั่นใจว่าขึ้นไปสังเกตการณ์บนหอคอย  ระหว่างสังเกตการณ์นั้นคิดได้เรื่องกระแสลมจึงกระอักเลือดออกมาเป็นลมหมดสติไป  ฝ่ายแม่ทัพนายกองทั้งหลายมีความเห็นว่าจิวยี่ตรากตรำจนเกินไปจึงล้มป่วย     ขงเบ้งซึ่งอยู่ในกองทัพของซุนกวนด้วยได้ขึ้นไปเยี่ยมจิวยี่และบอกกับจิวยี่ว่าการที่ล้มป่วยเพราะลมอาคเนย์   จิวยี่ได้ฟังจึงรู้ว่าขงเบ้งนี้เก่งจริงรู้ทันตนเอง และคิดว่าถ้าขงเบ้งยังมีชีวิตอยู่จะเป็นภัยแก่เมืองกังตั๋งในภายภาคหน้าจึงมีแผนการอยู่ในใจว่าต้องกำจัดขงเบ้งให้ได้    แต่ตอนนี้ต้องขอความเห็นของขงเบ้งก่อนว่าจะ

แก้ไขอย่างไร   ขงเบ้งจึงได้สัญญากับจิวยี่ว่าจะนำลมอาคเนย์มาให้จิวยี่สามวันสามคืนเพียงพอหรือไม่   จิวยี่ว่าเพียงคืนเดียวก็พอแล้ว  ขงเบ้งจึงขอคนจำนวนหนึ่งพร้อมเครื่องเซ่นไหว้และต้องไปทำพิธีบนเขาด้วย  ห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาเพราะจะทำให้พิธีไม่สำเร็จ    การที่ขงเบ้งกล่าวว่าต้องทำพิธีบนยอดเขาเพราะรู้ว่าจิวยี่ต้องนำทหารมาฆ่าตนแน่  และจะได้มองเห็นเรือที่จะมารับเพื่อการหลบหนีได้    การที่ขงเบ้งสามารถเรียกลมได้เพราะคำนวณทิศทางการเดินของกระแสลมไว้แล้ว   รู้ว่ามลมอาคเนย์จะพัดมาเวลาไหนจึงกล้ารับปากจิวยี่  ขณะเดียวกันก็หาทางหนีทีไล่ไว้เรียบร้อยแล้ว

ในเรื่องพิธีกรรมในการเรียกลมของขงเบ้ง     ขงเบ้งเคยกล่าวไว้ว่าการที่จะเป็นใหญ่ได้ต้องรู้ฟ้า รู้ดิน รู้คน     ขงเบ้งเรียนรู้สรรพวิชาต่างๆ อาทิ ฤดูกาล ทิศทาง  ดวงดาว  โหวงเฮ้ง  โหราศาสตร์ ชัยภูมิ และอื่นๆ

ขงเบ้งสามารถคำนวณจากสิ่งที่เรียนมาและรอบรู้สิ่งต่างๆ โดยเอาพิธีกรรมมาเป็นอุปกรณ์ในการทำนายล่วงหน้า  นี่หมายความว่าความมรอบรู้ย่อมมาก่อนพิธีกรรม

ในวิชาฮวงจุ้ย   ผู้เรียนต้องเรียนรู้ทั้ง ๓ เรื่อง คือ ฟ้า ดิน คน  รวมทั้งเรียนรู้พิธีกรรมด้วย   ในเรื่องพิธีกรรมนั้นผู้เขียนเห็นว่าเรื่องของสภาวะจิตมากกว่า  เมื่อคนมีกำลังใจพลังย่อมเกิดขึ้น  พลังตัวนี้คนย่อมสัมผัสได้    ส่วนเวทมนต์คาถาเป็นเพียงอุปกรณ์ที่เป็นสื่อกลางทำให้จิตมีพลัง   ในตำราของฝรั่งที่อธิบายเกี่ยวกับจิตว่า ปกติคนมักใช้จิตสำนึกเพียง  7 %  ส่วนจิตใต้สำนึกที่ซ่อนเร้นอยู่มีถึง  93 % เมื่อต้องการความสำเร็จในสิ่งใดให้ร้องขอจากจิตใต้สำนึก   เมื่อจิตใต้สำนึกทราบความต้องการแล้วก็จะหาวิธีการจนทำให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ เช่น คำว่า “ความสำเร็จ” เมื่อนึกถึงแต่ความสำเร็จจิตใจก็ประทับความสำเร็จเอาไว้และหาวิธีการเพื่อบรรลุความสำเร็จซึ่งก็คล้ายๆกับการท่องมนต์คาถา   เมื่อใดที่เอาจิตใจจดจ่อกับความสำเร็จสักวันคุณต้องพบกับความสำเร็จได้

เกี่ยวกับเรื่อง “ฟ้า”   ในวิชาศาสตร์ฮวงจุ้ยบอกว่า  ฟ้ากำหนด  ฟ้าลิขิต  ไม่อาจฝืนชะตาฟ้ากำหนดได้  ขงเบ้งเข้ามาในช่วงจังหวะที่ไม่ค่อยถูกเวลาเพราะความสามารถมีมากสามารถฟื้นฟูราชวงศ์ก็ได้ เพียงแต่เจอเจ้านายที่อ่อนแอ และฟ้ากำหนดมาแล้วไม่สามารถกอบกู้ราชวงศ์ได้ เป็นเรื่องของปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ (uncontrolable Facter)    ปกติในการดูทำเล  ผู้รู้ท่านบอกว่าต้องดูดวงชะตาของเจ้าของทำเลก่อน  ดูว่าดวงในขณะนั้นดีอยู่หรือไม่  ถ้าฟ้ากำหนดมาว่าจังหวะนี้เป็นโอกาสดี เจ้าชะตาจะได้รับโชคลาภบารมี  ซินแสก็ดูด้วยความสบายใจ  หากเจ้าชุตากำลังดวงตก ลงทุนอย่างไรก็ไม่ได้   ซินแสก็สามารถแนะนำได้   ขอยกตัวอย่างในเรื่องสามก๊ก  โจโฉมีวาสนาที่เป็นใหญ่ได้    เดิม   โจโฉมีตำแหน่งเล็กค่อยเติบโตจนเป็นผู้สำเร็จราชการได้มีหลายครั้งที่ต้องผจญความตายก็หนีพ้นมาได้ตลอด  นี่คือฟ้ากำหนด

เกี่ยวกับเรื่องของ “ดิน” หมายถึง ทำเลดี ชัยภูมิดี  มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์  ผู้คนก็จะมีความเจริญรุ่งเรืองจากทำเลหรือชัยภูมิได้   คนอาจจะมีวาสนาปานกลางแต่รู้จักการทำมาหากินสร้างความเจริญรุ่งเรืองได้ เพราะสถานที่เอื้ออำนวย  ซุนกวนซึ่งเป็นบุตรขุนนางมีฐานะปานกลางแต่ได้อยู่ในชัยภูมิที่ดีนสามารถสร้างบ้านสร้างเมืองได้    ใครจะมาโจมตีก็ยากเพราะมีทะเล  แม่น้ำกั้นอยู่  วาสนาซุนกวนเป็นใหญ่ได้ด้วยสถานที่อำนวย   ก๊กของซุนกวนเป็นก๊กสุดท้ายของสามก๊กที่ถูกโจมตี

เกี่ยวกับเรืองของ “คน”  คนเป็นเรื่องสำคัญ  งานใหญ่หรืองานเล็กจะทำสำเร็จหรือไม่ก็อยู่ที่คน   เมื่อร่วมแรงร่วมใจแค่ไหนก็สำเร็จ   ใครก็ตามที่สามารสร้างความสามัคคีในหมู่คณะได้ก็เป็นใหญ่ได้   ดวงชะตาวาสนาอาจเป็นตัวกำหนดได้แต่ถ้าไม่มีคุณธรรม  ความซื่อสัตย์แล้ว  คนก็จะไม่เข้ามาหา  ไม่เข้ามาช่วย  งานก็ไม่สำเร็จ  อย่างกรณีของเล่าปี่ ถึงแม้ว่าวาสนาจะเกิดมาเป็นทายาทผู้เป็นใหญ่  แต่มีชีวิตที่ลำบากมาตลอด   อาศัยที่เล่าปี่มีคุณธรรม   ความซื่อสัตย์ของกวนอู   ความกล้าหาญของเตียวหุย  และสติปัญญาของขงเบ้ง   สิ่งเหล่านี้หล่อหลอมเอาชนะใจผู้คนจึงสามรถเติบโตเป็นใหญ่ได้

ในสามก๊ก  ขงเบ้งมีความรอบรู้เรื่องฮวงจุ้ยมาก  เมืองเสฉวนเป็นชัยภูมิที่มีแต่หุบเขา  เดินทางลำบาก   เข้าออกได้ ๒ ทาง ทางด้านหน้าเป็นทางใหญ่เดินทางสะดวก   แต่ด้านหลังเป็นทางเล็กเดินทางลำบากต้องผ่านหุบเขา  คล้ายๆกับหน้าเปิดกว้างหลังอิงเขาเหมาะแก่การป้องกันชัยภูมิได้ดีมาก  หากมีรั้วบ้านที่เข็มแข็งก็ถูกโจมตียาก

 

สรุป สามก๊ก  ดูจากผู้เป็นใหญ่ทั้งสามก๊ก   สุดท้ายก็ล่มสลายทั้งสามก๊กในรุ่นลูกรุ่นหลานที่อ่อนแอ    ถูกรวมสามก๊กเป็นแผ่นดินเดียวกัน  แม้ฟ้ากำหนดมาดี  ดินอุดมสมบูรณ์  คนมีคุณธรรม  ถ้ารวมทั้งสามอย่างดีเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียวก็อยู่รอดน็

  ถ้าแยกออกเป็นเดี่ยวๆก็อยู่ลำบาก

ในวิชาฮวงจุ้ย   “ชื่อ”  มีส่วนสำคัญทีเดียว  กล่าวคือ ชื่อของสถานที่กับชื่อของบุคคล  บางครั้งก็มีอิทธิพลต่อกัน  ดังตัวอย่างในสามก๊ก  บังทองเป็นผู้มีความรู้ความสามรถพอๆกับขงเบ้ง  แต่ความใจร้อนอยากสร้างผลงานให้ปรากฏ จึงมีความปรารถนาจะทำศึกให้ได้ชัยยกกองทัพไปด้วยคววมเชื่อมั่นในตนเอง พอเดินทัพเข้าไปในเนินซอกเขา ก็เจอกองทัพของข้าศึกดักโจมตี ผลคือ บังทองเสียชีวิตอย่างน่าเสียดาย   ชื่อของบังทองหมายถึง “หงส์ดรุณ”    ส่วนชื่อของเนินซอกเขาชื่อว่า  “หงส์ร่วง”  ทำไมจึงเหมาะเจาะอย่างนี้ จะว่าเป็นเหตุบังเอิญก็ว่าได้  เนื่องจากบังทองไม่ทราบชื่อเนินเขานี้ก่อนหรือถึงเวลาต้องจากไป

พบกันตอนหน้าได้ใหม่  สวัสดีครับ




บทความโหราศาสตร์ไทย แขนงต่างๆ

ฝ่ามือบอกอะไร (พ.อ.ปรีชา แดงบุปผา) article
เส้นสมรส (พ.อ.ปรีชา แดงบุปผา) article
การดูเส้นชีวิต (พ.อ.ปรีชา แดงบุปผา) article
โหงวเฮ้งบอกอะไร article
คิ้ว
ไฝ : เครื่องหมายลายแทงของชีวิต
มาเรียนรู้วิธีอ่านไพ่ยิบซีกันเถอะ article
หัดอ่านไพ่ยิปซีกันเถอะ
ดาวจรทับดาวเดิม
ประโลมโลก
ข้อห้ามการให้ฤกษ์
โรงละคร article
ทฤษฎีเบญจธาตุ article



Copyright © 2019 All Rights Reserved.
มูลนิธิสมาคมโหรแห่งประเทศไทยในพระสังฆราชูปถัมภ์ สถานที่ตั้ง เลขที่ 24 ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน แขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร
โทรศัพท์ 02-4243377 Email : horathaimail@yahoo.com


eXTReMe Tracker



www.horawej.com เวปนิตยสาร โหราเวสม์  เพื่อการศึกษาค้นคว้า โหราศาสตร์ และศาสตร์ต่าง ๆ รวมทั้งโปรแกรมผูกดวงต่าง ๆ มากมาย ทางเรายินดี เป็นศูนย์กลางของการเผยแพร่ ความรู้ทางศาสตร์ แห่งโหรศาสตร์ และอื่น ๆ ที่ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ผู้ใดหากท่านใดต้องการรับการพยากรณ์เชิญในห้องกระทู้ มีอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิคอย ตอนรับท่าน อยู่หลายท่าน เรียนเชิญครับ ด้วยความเคารพอย่างสูง webmaster horawej@horawej.com