ReadyPlanet.com
dot
bulletHome
dot
เกี่ยวกับมูลนิธิฯ
dot
bulletสมเด็จพระสังฆราช
bulletสารมูลนิธิสมาตมโหรฯ
bulletความเป็นมามูลนิธิฯ
bulletวัตถุประสงค์มูลนิธิฯ
bulletคณะกรรมการมูลนิธิฯ
bulletอาจารย์ผู้ทรงเกียรติ
bulletสถานที่ตั้งมูลนิธิฯ
dot
การเรียนการสอน
dot
bulletตารางการอบรม
bulletขั้นตอนการสมัคร
bulletห้องเรียนออนไลน์
bulletสถานที่ตั้งมูลนิธิฯ
dot
รายละเอียดหลักสูตร
dot
bulletดารา+โหราศาสตร์
bulletโหราศาสตร์สากลยูเรเนี่ยน
bulletโหราศาสตร์ไทย
bulletสุริยาตร์ศึกษา
bulletลายมือ(หัตถศาสตร์)
bulletกาลเวลาบนฝ่ามือ
bulletเลข 7 ตัว 9 ฐาน
dot
อาจารย์ผู้บรรยายที่มูลนิธิฯ
dot
bulletอ.อารี สวัสดี
bulletอ.วรพล ไม้สน
bulletอ.ลี ภัทรพงศ์มณี
bulletอ.สิวะพร เมธศาสตร์
bulletอ.กิตตินันท์ เจนาคม
bulletอ.ภารต ถิ่นคำ
dot
กิจกรรมมูลนิธิฯ
dot
bulletทำบุญขึ้นบ้านใหม่
bulletพยากรณ์การกุศล 100 ปี สมเด็จพระสังฆราช
bulletพยากรณ์การกุศล (1) สมเด็จพระเทพฯ
bulletพยากรณ์การกุศล (2) สมเด็จพระเทพฯ
dot
รับพยากรณ์ดวงขะตา
dot
bulletพยากรณ์ที่มูลนิธิฯ
bulletพยากรณ์นอกสถานที่
dot
บทความของอาจารย์ประจำมูลนิธิฯ
dot
bulletเรื่องที่ควรรู้ ดูเหมือนจะเข้าใจ
bulletถ้าจะเรียนโหรา ให้ฆ่าอ.ทั้ง ๔
dot
บทความหมอเถา(วัลย์)
dot
bulletหน้าพากย์
bulletเกณฑ์ชันษา
bulletดวงพระ
bulletดวงสองชั้น
bulletดาวแฝงแสง
bulletดวงชาวเกาะ
bulletดาวลอย
bulletตนุเศษ
bulletพระเคราะห์ถ่ายเรือน
bulletฤกษ์งาม-ยามดี
bulletลักคเนย์
bulletพินทุบาทว์
bulletดาวบุพกรรม
bulletบุษบามีคู่
bulletยามอัฎฐกาล
bulletกฎแห่งกรรม
bulletตั้งชื่อเด็ก
bulletยามกาลชะตา
bulletดาวคู่มิตร-คู่ธาตุ
bulletห้ามฤกษ์
bulletจับโจร
bulletบุพกรรมแห่งดาว
bulletเรียนโหราศาสตร์
bulletทักษาประสมเรือน
bulletจุดคราสในดวงชะตา
bulletทักษาสมเด็จ
bullet๓ ลัคนา
bulletอ่านดาว
dot
บทความทั่วไป
dot
bulletฮวงจุ้ยกับการเปลี่ยนแปลง
bulletความเป็นกลางกับศาสตร์โบราณของจีน
bulletจีนกับการเปลี่ยนแปลง
dot
อื่นๆ
dot
dot
แกลลอรี่ภาพกิจกรรมมูลนิธิฯ ต้องการดู Click ที่รูปด้านล่าง 1 ครั้ง
dot


งานเลี้ยงขอบคุณนักพยากรณ์
แจกประกาศนียบัตร นักพยากรณ์ งานพยากรณ์การกุศล
งานพยากรณ์การกุศล เฉลิมพระเกียรติ ๕ รอบ (2)
งานพยากรณ์การกุศล เฉลิมพระเกียรติ ๕ รอบ (1)
งานพยากรณ์การกุศล 100 ปี สมเด็จพระสังฆราช
ถวายพวงมาลา ตำหนักเพ็ชร
งานทำบุญขึ้นบ้านใหม่
ถวายพระพรสมเด็จพระสังฆราช
กระทรวงวัฒนธรรม
Work Shop การใช้โปรแกรม Uranus 2.6 และ 3.1
มหัศจรรย์ดวงอาทิตย์ตกตรง 15 ช่องประตู และจันทรุปราคาเต็มดวง  ปราสาทหินพนมรุ้ง บุรียรัมย์
เปิดพระบรมราชานุสาวรีย์​ ร.๔ หน้าวังสราญรมย์ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๗
วางมาลาวันคล้ายวันสวรรคต พระจอมเกล้าฯ ร.4


ดาวลอย

เช้าวันอาทิตย์
หมอเถา ครูก้อน ครูสมศักดิ์ ออกจากร้านกาแฟเจ้าโก ต่างคนต่างว่างธุระ จึงสมคบชวนกันมากุฏิหลวงตา
หมอเถาออกเดินนำหน้า ครูก้อนเดินกลาง และครูสมศักดิ์รั้งท้าย เดินเข้าแถวเรียงหนึ่ง ครูก้อนเห็นทางทางหมอเถาเดินอกแอ่นผึ่งผาย ก็เลยให้จังหวะทหาร หนึ่ง-สอง หนึ่ง-สอง ครูสมศักดิ์ก็ผสมผิวปากเพลงมาร์ชเข้าจังหวะเดิน ต่างคนมีอารมณ์ครึกครื้นเหมือนเด็กหนุ่มๆกำลังสนุกคะนอง
พอถึงทางแยก แถวทหารสามเกลอก็เลี้ยวมาตามทางแยกเข้าวัด หมอเถากำลังครึ้มเกิดความคิดอุตริก็ร้องเพลงทหารมั่ง “ตั้ง-ตั้ง-ตั้ง ตะริดติ๊ดตั้ง ทหารเมืองนอก…อุ๊บ”
ปากหมอเถาถูกอุดฉับพลัน เพราะมือครูก้อนที่เอื้อมมาจากข้างหลัง “เฮ้ย…หมอเถาไม่ต้องร้องตอนได้บั้งหรอก นี่มันเขตวัด ร้องเพลงลามกนรกจะกินหัว”
หมอเถาแกะมือเพื่อนออก หัวเราะยิงฟันขาวชอบใจ เถียงว่า “เพลงเก่าแก่น๊ะฮิตทั้งเมืองไทยเชียวแหละ”
“เออน่า เพลงเก่าอื่นถมไปไม่ร้อง คนเรามันส่อนิสัย” ครูก้อนพลอยหัวเราะไปด้วย
“งั้นเอาเพลงใหม่ เพลงรักโศกกินใจดีไม๊” หมอเถาเสนออีก
ครูสมศักดิ์เดินท้ายชักไม่ไว้ใจ “ลองบอกชื่อเพลงก่อนเถอะ”
หมอเถายิ้ม ตอบหน้าตาย “ชื่อนางครวญ”
ครูก้อนพยักหน้า “เออชื่อเพราะดี เอาร้องได้”
หมอเถาตะเบ็งเต็มเสียง “แม่…จ๋า หนู-ทน-ม่าย-ไหว- “
ปากหมอเถาถูกอุดเป็นหนที่สอง “บ้า…ยิ่งหนักกว่าเพลงเมื่อกี้เข้าไปอีก หนีไม่พ้นเรื่องสัปดนจนได้ ถุย”
ต่างคนต่างหัวร่อเฮฮาทั้งผู้ร้องและคนฟังเป็นที่ครึกครื้นจนหัวแถวถึงหน้ากุฏิหลวงตา จึงสงบเสียงสำรวมกิริยาย่างขึ้นบันได เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็เห็นว่ามีแขกนั่งสนทนาอยู่กับหลวงตา เป็นคนที่ทั้งสามรู้จักดีคือนายอำเภอซึ่งพาพี่ชายที่พึงใจในอัธยาศรัยของหลวงตาตั้งแต่วันทำบุญบ้าน จึงหาโอกาสมาสังเสวนาเพื่อจะได้ไต่ถามความรู้ทางโหราศาสตร์ที่ตนสนใจมาก่อน
หมอเถาและเพื่อนๆทำท่าจะเดินแยกไปทางหอฉัน เพราะความเกรงใจ ก็ถูกนายอำเภอกวักมือเรียก
“เอา…จะไปไหนกันล่ะ หมอเถากะครู กันเองทั้งนั้น เข้ามาร่วมวงด้วยกันเถอะ”
ทั้งสามคนยกมือไหว้คารวะ แล้วค่อยเลียบเคียงเข้าไปนั่งห่างๆ ทีท่าเกรงๆใจจนนายอำเภอต้องคะยั้นคะยอให้ร่วมวงใกล้เข้าไปอีก
“ผมพาพี่ชายมาคุยกับหลวงตาเรื่องโหราศาสตร์ หมอเถาและครูก็เป็นศิษย์หลวงตาซึ่งมีความรู้ดี จะได้ช่วยกันแนะนำบ้าง”
คุณพิชิตพี่ชายนายอำเภอ เขยิบตัวให้ที่ว่างแก่หมอเถาและสองครู ยิ้มแย้มเป็นไมตรีและถ่อมตัวตามแบบสุภาพบุรุษ
“ผมสนใจทางโหราศาสตร์มานาน แต่ไม่แตกฉานสักที เพราะขาดคนแนะนำสั่งสอน ได้ยินกิติศัพท์ของหลวงตามามาก และหาโอกาสมานานแล้ว หมอเถาและครูๆอยู่ใกล้หลวงตาโชคดีเหลือเกิน ความรู้ทางโหราศาสตร์ต้องดีกว่าผมมาก”
หมอเถาถูกยอ ยิ้มหน้าบานเป็นดอกลำโพง “ผมเป็นคนปัญญาทึบคะรับ หลวงตาสอนบาทหนึ่งผมจำได้สลึงเดียว”
ครูก้อนสนิทกับนายอำเภอมาก่อน จึงกล้าพูดสอดสัพยอก “หมอเถา ไม่เต็มบาทเสมอ”
หมอเถาได้แต่ข***ตามองไม่กล้าต่อปากต่อคำต่อหน้านายอำเภอทั้งรู้ตัวว่าไหวพรับไม่ทันเพื่อน รังแต่จะเสียท่าเข้าเนื้อตัวเองอีก
หลวงตากวักมือให้เข้าไปนั่งล้อมวงใกล้ๆ “สามคนนี้เป็นศิษย์อาตมาก็จริง แต่ก็สอนกันไปวันละเล็กวันละน้อยตามบุญตามกรรมนึกอะไรขึ้นมาได้ก็บอกๆไว้ หลักเกณฑ์ก็มีเท่าที่จดจำมาจากครูบาอาจารย์ท่านเดียว ไม่แน่ใจ ว่าเหมือนของอาจารย์อื่นเขาหรือไม่ จะเรียกคนทั้งสามเป็นนักโหราศาสตร์ยังไม่สนิทปาก เพราะยังรู้น้อยนักหนาทั้งศิษย์ทั้งครู”
คุณพิชิตยิ้มเมื่อเห็นหลวงตาถ่อมตัว “ผู้คนเขากล่าวขวัญถึงหลวงตาไม่เหมือนหลวงตาพูด แม้ในหมู่นักโหราศาสตร์เขาก็เล่าลือถึงหลวงตาในทางพยากรณ์ ขั้นอาจารย์ใหญ่”
“อาตมามีศิษย์คนบ้านนอกกะเขาเพียง 3 คน จะเป็นอาจารย์ใหญ่ได้อย่างไร” หลวงตาค้านเต็มเสียง “นักโหราศาสตร์เขามีอยู่ 4 ระดับ คือ 4 นัก นักที่หนึ่งคือ นักเรียนพบตำรับตำราก็ซื้ออ่านดะ จดจำเอาไว้หมดพบทานผู้รู้ก็ถามและจดจำไว้อีก เพื่อนฝูงใครแนะนำไม่ได้ จดจำเอาไว้แม่นยำ บางคนเรียนรู้มากๆเข้าทำให้สติปัญญาเคยฉลาดปราดเปรื่องกลายเป็นโง่ไป เพราะเอาแต่จดจำ ถ้าใครถามจะตอบหลักเกณฑ์คล่องปร๋อตามตำราเปรี้ยะ เขาเรียก นักเรียนโหราศาสตร์”
คุณพิชิตพี่ชายนายอำเภอถูกใจสำนวนหลวงตา จึงถามต่อ “แล้วนักที่ 2 เล่าขอรับ”
หลวงตาจึงวิสัชนาต่อ “นักที่ 2 คือ นักเล่น ถ้าผ่านนักเรียนที่เรียนรู้มา นำเอาหลักเกณฑ์โหราศาสตร์วิธีนั้นบ้างวิธีนี้บ้างมาลองใช้ทายเขาถูกบ้างผิดบ้างเป็นเครื่องสอนตนเองไป หัดดูดวงลูกหลานและเพื่อนๆไปพลางก่อนเป็นการเล่นๆไม่จริงจังดวงใดดาวใดเข้ากฏทายได้ก็ทายไปตามตำราเขาว่าไว้ ดาวใดภพใดมันซับซ้อนเงื่อนอ่านไม่ออกก็เฉยเสีย เลือกทายเอาแต่ที่พอรู้เขาเรียก นักเล่นโหราศาสตร์”
นายอำเภอชอบใจความคิดของหลวงตาชื้นในการจิดอันดับชั้นนักโหราศาสตร์จึงช่วยถามต่อ “แล้วนักที่ 3 ล่ะขอรับหลวงตา”
หลวงตาชื้นอธิบายต่อคล่องปากคล่องใจไม่ติดขัด “ชั้นที่ 3 นี้ เขาเรียก นักเลง เป็นขั้นใช้งานได้แล้ว ขั้นนี้เป็นขั้นสำคัญตอนนักเล่นจะเลื่อนชั้นเป็นนักเลงนั้นยากมากและมีน้อย นักเล่น 10 คนจะได้เป็นนักเลงสักคนก็ทั้งยาก ส่วนมากมักจะวนเวียนเป็นนักเล่นโหราศาสตร์ไปตลอดชีวิต บางคนมีความรู้ความสามารถเป็นนักเล่นหนักๆเข้าลดชั้นหวลกลับไปเป็นนักเรียนเสียอีกก็มี บางคนเบื่อหน่ายไม่มีทางก้าวหน้าเลยเลิกเล่นไปเสียก็มาก ขั้นนักเลงนี้เป็นขั้นที่พบว่ากฎเกณฑ์ใดใช้ไม่ได้ก็ทิ้งไปยึดถือกฎเกณฑ์ที่ถูกทางใช้ได้ไว้พยากรณ์เขาได้ทั้งทางเดิมทางจร คล่องตัวบ้างก็ก้าวไปถึงขั้นอาชีพเป็นหน้าเป็นตามีชื่อเสียง ส่วนจะเป็นนักเลงเล็ก นักเลงใหญ่ นักเลงเก่า นักเลงใหม่ สุดแต่อัจฉริยะและประสบการณ์ของแต่ละบุคคล”
หลวงตาไม่ต้องรอให้ใครซักก็อธิบายต่อไปอีก “นักที่ 4 นี้เป็นนักสุดยอดแล้ว คือ เป็นนักปราชญ์ ซึ่งเป็นผู้รอบรู้โหราศาสตร์โดยแตกฉาน ทั้งเจนจบในหลักเกณฑ์และคัมภีร์ทั้งปวง รอบรู้ทั้งภาคพื้นฟ้าอันเกี่ยวแก่การโคจรของดวงดาวทั้งหลาย และภาคพื้นดินคือการพยากรณ์ชีวิตมนุษย์ได้โดยถูกต้องและแม่นยำ แต่โบราณทานแบ่งวิชาโหราศาสตร์ไว้ 3 ภาค คือ
ภาคคำนวณ รู้การคำนวณดาวเดือนบนท้องฟ้าและฤกษ์ยามทั้งปวง
ภาคพยากรณ์ รู้เหตุอันจะเกิดจะเป็นของชีวิต และให้ฤกษ์ให้ยาม
ภาคพิธีกรรม รู้การบวงสรวงและพิธีกรรม ในกรมโหรสมัยก่อน
แบ่งกันเป็นแผนกๆตามภาคพื้นความรู้ พนักงานโหรมักรอบรู้เพียงแต่ละภาคเป็นส่วนใหญ่ ผู้แตกฉานทั้ง 3 ภาคมักจะได้ตำแหน่งพระยาโหรา เจ้ากรมโหร”
หมอเถารู้ใจอาจารย์ตอนพูดมากๆจึงจุดบุหรี่และรินน้ำชาประเคนติดๆกันถึง 2 ถ้วย
คุณพิชิตชมเชยหลวงตาอย่างจริงใจ “ผมเคยวิสาสะกับนักโหราศาสตร์ขั้นครูบาอาจารย์ในกรุงเทพฯมาบ้าง แต่ยังไม่เคยพบใครแบ่งชั้นและความรู้นักโหราศาสตร์ได้อย่างมีเหตุมีผลและถูกต้องเหมือนหลวงตาเลย อย่างหลวงตานี้สมควรเป็นชั้นนักปราชญ์โดยแท้”
หลวงตาหัวเราะกระดากๆ ที่ถูกชมซึ่งๆหน้า รีบโบกมือห้ามทันควัน “ขอทีเถอะคุณเกินวาสนาพระบ้านนอก
ขั้นนั้นเป็นชั้นโหรอาตมาเป็นเพียงพระหมอดูเท่านั้น เล่าเรียนมากับครูบาอาจารย์ก็ได้ รู้แต่ทางที่เอามาใช้งานได้บ้าง ยังไม่เรียนรู้เจนจบทุกแขนง โหราศาสตร์อันมีอยู่มาก อาตมาเพียงแต่ ชั้นนักเลง กำลังจะเป็น นัก-โลง เท่านั้น”
ทั้งนายอำเภอและคุณพิชิตยิ้มแย้มชอบใจอารมณ์สนุกของหลวงตา ทั้งชอบใจทีท่าของหลวงตา เวลาจะพูดอธิบายท่านนั่งตัวตรงอย่างกับนั่งบนธรรมาสน์เทศน์ พูดชัดถ้อยชัดคำแจกแจงละเอียด
คุณพิชิตเอ่ยถึงเรื่องที่ตั้งใจมา “จริงอย่างหลวงตาว่า ผมเรียนรู้โหราศาสตร์มานาน เป็นได้แค่นักเล่นเท่านั้น จะทำนายทายทักใครเขาดูห้วนๆ พอดีพอร้ายเจอคนช่างซักเข้าพาลเหงื่อแตกอับจนปัญญาเอาง่ายๆ”
หลวงตาชื้นหัวเราะหึอารมณ์ดี “คุณก็เรียนรู้มามาก ไม่น่าจะถึงเพียงนั้นเลย”
“จริง ๆ ขอรับหลวงตา” คุณพิชิตยืนยันแข็งแรง “ผมทายเขาเหมือนปืนลูกโดด พอยิงโป้งนัดเดียวก็หมดกระสุน เมื่อคราวก่อนผมแวะมากราบหลวงตาครั้งหนึ่งเห็นหลวงตาพยากรณ์ดวงชะตาแขกที่มามีรายละเอียดแจกแจงไปได้หลายสถาน ข้อนี้แหละผมจึงมาขอกราบเท้าขอความกรุณาจากหลวงตา”
หลวงตาชื้นนิ่งมองหน้าคิดหาเหตุและผลและปรารภว่า “ไม่น่าเลย ความรู้โหราศาสตร์เรื่องดาวเรื่องภพมันก็มิใช่เรื่องลี้ลับอะไร ใครต่างก็รู้เท่าๆกันทั้งนั้นทุกคน ไม่น่าจะทานเขาติดขัดมากนัก”
คุณพิชิตพนมมือไหว้ “ผมมิได้เท็จพูดเลยขอรับหลวงตา ทุกวันนี้ใครเขายื่นดวงให้ทายชักเลี่ยงๆหลบๆกลัวเขาซักจนมุมท่าเดียว”
“หลวงตานิ่งตรึกตรองและเกิดความคิดแยบคาย หันไปหยิบกระดานโหรที่วางแอบไว้ข้างตู้ออกมาวาง มีดวงชะตาเขียนด้วยชอล์กไว้แล้ว
“เมื่อวานมีคนมาดูหมอ ขอเอาเป็นดวงครูเสียเถอะ”
คุณพิชิตกระเถิบเข้าใกล้กระดานโหรทั้งหมอเถา ครูก้อน ครูสมศักดิ์ ดีใจที่จะได้ฟังหลวงตาอธิบายเป็นความรู้ จึงกระเถิบเข้าไปรวมกลุ่มแทบจะเบียดกัน
“ขออภัย อย่าถือเป็นการลองภูมิเลยออกจะทดสอบความเข้าใจของคุณจะได้รู้ที่ติดขัดแก้ไข” หลวงตาชี้ลงบนกระดานโหรตรงภพกดุมภะของดวงชะตา “คุณลองอ่านดูฐานะการเงินของเขาดูทีหรือว่าเป็นอย่างไร ดีหรือชั่ว”
คุณพิชิตนิ่งดูดวงชะตาอย่างตั้งใจ เหลียวดูพวกหมอเถา ชักกระดากเพราะจะต้องพยากรณ์ต่อหน้าผู้รู้โหราศาสตร์ด้วยกัน ครั้นถูกหลวงตาเตือน ก็ตัดใจพยากรณ์ตามกฎเกณฑ์ที่เคยใช้มาจนชิน
“ภพกดุมภะนั้น เสาร์สถิตอยู่ราศีพิจิกอันเป็นเรือนอังคาร คู่ศัตรูของเสาร์ เสาร์เป็นบาปเคราะห์ตัวโทษทุกข์อยู่แล้ว เมื่อมาอยู่ภพกดุมภะเรือนแห่งการเงินของเขา จึงทำให้เหนื่อยยากเป็นทุกข์หรือยากจนนั้นเอง”
หลวงตาชื้นนิ่งฟังใช้นิ้วเคาะกระดานตรึกตรอง แม้คุณพิชิตพยากรณ์ไปแล้วหลวงตาชื้นก็ยังคงนิ่งคิดขรึมๆอยู่ จนคุณพิชิตต้องค่อยๆถามเบาๆไม่แน่ใจตัวเอง
“ผมทายถูกหรือผิดขอรับ หลวงตา”
“ขอให้ทายอีกสักครั้งเถอะคุณ” หลวงตาก้มลงดูดวงในกระดาน “การงานในชีวิตของเขาจะเป็นอย่างไร ดีหรือชั่ว”
คุณพิชิตก็ตรวจดูด้วยความพินิจพิเคราะห์ “กัมมะของเขาคือจันทร์ มาสถิตราศีมังกรเรือนเสาร์อันเป็นคู่ศัตรูสถานหนึ่งและมาร่วมด้วยอาทิตย์คู่ศัตรูของจันทร์อีเป้นสถานที่สิงอันคู่ศัตรูย่อมขัดแย้ง หักล้ายทำลายต่อกัน จะหาความเจริญรุ่งเรืองได้ยาก”
สีหน้าหลวงตายิ้มๆแต่พยายามสกดกลั้นไว้ เพื่อรักษามารยาทผู้ใหญ่ และคราวนี้เจ้าตัวยังไม่ทันซักท่านก็เอ่ยขึ้นว่า
“คุณพยากรณ์มานั้นถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่เขาเล่นๆกันอยู่หรอก ส่วนที่จะถูกกับชีวิตจริงของเขาหรือไม่นั้น อาตมาไม่ถือเป็นเรื่องสำคัญนัก อยากรู้แต่เพียงวิธีพยากรณ์ของคุณว่าเป็นทางใด พอจะสงเคราะห์ทางใดเพิ่มได้บ้าง”
คุณพิชิตพนมมืออ่อนน้อม “เป็นพระเดชพระคุณขอรับหลวงตาผิดถูกโปรดตำหนิติเตียนได้เต็มที่ ขอให้ถือว่าผมเสมือนศิษย์คนหนึ่งของหลวงตาด้วยขอรับ”
หลวงตายังถามอ้อมๆต่อไปอีก “คุณยังจะพอพยากรณ์ให้ละเอียดถี่ถ้วนต่อไปอีกได้หรือไม่”
“ไม่…แล้ว ขอรับ” เขาสั่นหน้าปฏิเสธ “จบสิ้นกระแสความแค่นั้นขอรับ”
หลวงตาชื้นพยักหน้าเนิบๆเข้าใจ “ทางพยากรณ์ของคุณก็เป็นทางหนึ่งในหลายๆทาง ที่มีผู้นิยมเล่นกันอยู่แพร่หลาย เสียแต่ว่าคำพยากรณ์ห้วนๆ รู้แต่ว่าดีหรือชั่วเหมือนคำพยากรณ์ในใบเซียมซีตามศาลเจ้า ไม่มีรายละเอียดและเค้าเรื่อง หลักการพยากรณ์มักจะมีปัญหาอยู่ 3 ข้อ คือ
1. เรื่องนั้นดีชั่วอย่างไร
2. เพราะอะไร
3. เมื่อใด
เราเป็นนักพยากรณ์จะต้องตอบเขาได้ การพยากรณ์ทางโหราศาสตร์มันต้องเป็นวงกลมเหมือนดวงจักรราศีนี้แหละ หมุนวนไปได้รอบตัวไม่ติดขัดจนแต้ม”
คุณพิชิตรู้ตัวเองทันทีว่าตัวเองตัวเล็กลงถนัด ความรู้ทางโหราศาสตร์ที่เรียนมากลายเป็นสิ่งกระจ้อยร่อยไป เมื่อได้ฟังคำวิจารณ์ทั้งเหตุและผลของหลวงตาชื้น ความนับถือเคารพที่ไม่ต้องมีใครขอร้องก็เกิดขึ้นเองในหัวใจเต็มเปี่ยม
“ข้อนี้แหละขอรับที่ผมติด อับจนอยู่จนทุกวันนี้ ครั้นจะเล่นทางทักษาเอาเดชศรีกาลีเข้าช่วยมันก็ขัดเขิน ขยายความไม่ออกเช่นกันเพราะไม่ถนัด”
“อาตมาพอจะมีทางแก้ไขแนะนำได้บ้าง คุณเป็นคนมีความรู้มีปัญญาเข้าใจได้ไม่ยากเย็นอะไรนัก”
นายอำเภอนั่งนิ่งอยู่นาน ฟังดูก็รู้ว่าหลวงตาชื้นมีเมตตาจะแนะนำให้ ก็สนับสนุนพี่ชายอีกแรงหนึ่ง
“หลวงตากรุณาชี้ทางให้สักคนเถอะขอรับ พี่เขารำพรรณมานานเหลือเกิน”
“อาตมายินดีสนองคุณนายอำเภอด้วยความเต็มใจ” หลวงตาพูดโดยจริงใจ “แต่จะต้องใช้แบบของพระคือ ตั้งปุจฉา แล้วจึงวิสัชนาจึงจะเข้าใจง่าย”
คุณพิชิตอารามดีใจพนมมือก้มกราบแทบตักหลวงตา “เป็นบุญของผมแล้ว”
หลวงตาจับมือยึดไว้ หัวเราะชอบใจ “อย่าเพิ่งชำระค่าเล่าเรียนล่วงหน้าเลยคุณ ฟังวิธีของพระบ้านนอกเอาไปใช้ก่อน ใช้ได้ถูกความต้องการ คุ้มค่า ค่อยว่ากันทีหลัง”
คุณพิชิตดื้อกราบซ้ำจนถึง 3 หน เหมือนไหว้พระพุทธ เงยหน้าตอบมั่นใจ “ผมแน่ใจว่าต้องดีแน่ขอรับ”
หลวงตาเริ่มต้นถาม “เมื่อคุณทายเรื่องฐานะการเงิน คุณจับเอาเสาร์ที่สถิตในภพกดุมภะ ซึ่งเป็นดาวลอยอาศัยเรือนเขาทาย แต่พอคุณทายเรื่องงานคุณจับเอาเจ้าเรือนภพกัมมะ แต่พอมาอยู่อีกเรือนหนึ่งคุณก็เปลื่ยนจับเล่นเป็นดาวลอยไปอีก และเล่นดาวลอยต่อดาวลอยกระทบกัน มันจึงขาดห้วนอยู่แค่นั้นเอง เมื่อเล่นทางเจ้าเรือน ความหมายของภพมันจะขยายความหมายของดาวออกไปกว้างขวางมากกว่าเล่นทางดาวลอยนัก”
คุณพิชิตตั้งอกตั้งใจฟังอยู่ ก็รับคำ “ขอรับ”
ศิษย์ทั้งสามคือหมอเถา ครูก้อน ครูสมศักดิ์กำลังตั้งใจฟังเพลิน ก็เลยเผลอตัวรับคำ “ขอรับ” พร้อมกันทั้งสามขอรับตามเขาไปด้วย
“อาตมาจะลองอ่านในทางของอาตมาคือจับเจ้าเรือนเป็นหลักถ้าคุณสงสัยไม่เข้าใจก็ซักถามได้เต็มที่” หลวงตาชี้นิ้วลงบนกระดานโหรตามภพในดวงชะตา “เมื่อจะดูการงานก็จับเอาเจ้าเรือนกัมมะคือจันทร์ เมื่อจันทร์สถิตภพพันธุเรือนเสาร์ และเสาร์มาสถิตอยู่ภพกดุมภะ มันก็ต่อเนื่องกันเหมือนสายไฟฟ้าเส้นเดียวกัน ตอนนี้ต้องค่อยๆแยกอ่านทีละตอนทั้งความหมายของดาวเพราะจะให้ความหมายหลายอย่าง”
คุณพิชิตตั้งใจฟังอย่างจดจ่อ เมื่อหลวงตาหยุดเว้นระยะและมองหน้า เหมือนจะอนุญาตให้ถาม คุณพิชิตจึงเอ่ยขึ้นอย่างระมัดระวัง
“จันทร์ในเรือนเสาร์คู่ศัตรู จะเป็นอย่างไรขอรับ”
หลวงตาพูดช้า ๆ อธิบาย “จันทร์กับเสาร์คู่ศัตรูมักให้ผลในทางพลัดพรากจากไปเมื่อความหมายไปประกอบการงานของเขาก็คือการงานของเขาต้องจากไป ยิ่งความหมายของเสาร์คือ เก่า แก่ นาน ก็คือการทำงานของเขาต้องจากไปนาน ๆ”
คุณพิชิตกำลังหิวโหยวิชา จึงรบซักต่อเพื่ออยากรู้ว่าสิ่งที่ตนทายได้หลวงตาจะคิดเห็นอย่างไร
“เมื่อจันทร์ร่วมอาทิตย์เล่าขอรับ”
หลวงตาตอบคำถามโดยไม่ต้องตรึกตรอง “เมื่อจันทร์คือเจ้าเรือนแห่งกัมมะคือการงาน อาทิตย์ก้คือเจ้าเรือนแห่งลาภะ ซึ่งหมายถึง ลาภผล หรือความปรารถนา ย่อมพยากรณ์เขาได้ว่า การงานของเขาคือการจากไปหาลาภผลนั้นเอง และยิ่งเสาร์เจ้าเรือนที่จันทร์และอาทิตย์ครองอยู่มาสถิตภพกดุมภะก็ยิ่งยืนยันว่า การงานของเขาคือการจากไปนาน เพื่อลาภผลเป็นรายได้เงินทอง ฟังๆดูมันรุ่มร่ามหน่อยเพราะต้องการอ่านความหมายของภพของดาวตรงๆเพื่อให้คุณเข้าใจ ถ้าพยากรณ์รวบรัดเพียงแต่เขามีงานค้าขายต้องออกจากบ้านไปค้าขายทางไกลนานๆ”
หลวงตามองหน้าคุณพิชิต ถามดักคอเสียก่อน “คุณอยากรุ้ว่างานของเขาจะดีหรือขั่วใช่ไม๊ ถ้าอยากรุ้ก็ดูอาทิตย์อีกนั่นแหละว่ามาจากภพอะไร”
คุณพิชิตเป็นคนมีปฏิภาณอยู่ ก็มองเห็นตามแสงสว่างที่หลวงตาขึ้นส่องนำทางให้ จึงอ่านไปตามแนว “อาทิตย์มาจากภพลาภะซึ่งหมายถึงความสำเร็จ ถ้าเช่นนั้นงานของเขาก็จะได้รับความสำเร็จด้วยดีซีขอรับ”
“ถูกแล้วคุณ” หลวงตาถูกใจที่ศิษย์ใหม่ปัญญาไว
คุณพิชิตยังติดใจทางเดิมของตน ใคร่จะรู้ผิดถูก จึงถามย้ำอีก “จันทร์กับอาทิตย์เป็นคุ่ศัตรูกัน ผลจะเป็นเช่นไรขอรับ”
หลวงตานิ่งนึกในใจว่า “ชายผู้นี้เป็นคนฉลาด พยายามทดสอบเปรียบเทียบให้สิ้นสงสัยจนถึงที่สุด “ความเป็นคุ่ศัตรูนั้นเราจะเอามาพยากรณ์เป็นการหักล้างความหมายของผลที่เจ้าเรือนเขาให้ไว้ไม่ได้ เช่นผลของเจ้าเรือนบ่งว่าสำเร็จ ครั้นเป็นคู่ศัตรุของดาวจะเอามาลบล้างเป็นไม่สำเร็จไม่ได้เพราะความเป็นศัตรูเป็นความหมายรอง เป็นแต่เหตุประกอบ คือ ความสำเร็จในการงานเขานั้นยาก ลำบาก ต้องดิ้นรนต่อสู้ตามความหมายของคู่ศัตรูนั้น
คุณพิชิตแม้จะเข้าใจและเห็นแสงสว่างขึ้นบ้าง แต่ก็ยังไม่สิ้นสงสัยทางพยากรณ์โดยเอาความหมายของเจ้าเรือนตามภพแห่งลัคนาจึงเรียนถามหลวงตาชื้นต่อไปอีก
“เมื่อจันทร์เจ้าเรือนแห่งภพการงานอยู่ภพพันธุคือญาติ หมายถึงเขาทำงานของญาติเช่นนั้นหรือขอรับ”
หลวงตาส่ายหน้าชี้ตามดาวในดวงชะตา “อย่างดูชั้นเดียวหยาบไป ต้องตามดูเจ้าเรือนญาตินั้นไปอีกคือเสาร์ มาอยู่ภพกดุมภะก็ต้องพยากรณ์เขาว่าเป็นงานที่ญาติเป็นผู้ให้ทุนรอนเงินทองดำเนินการ แต่เรือนพันธุยังมีความหมายอีก คือ บ้านเกิด ที่เกิด ครอบครัวเดิม ย่อมจะหมายถึงการงานหาเงินของเขาเป็นงานที่สืบทอดมาจากอาชีพดั้งเดิมของครอบครัวเขา หรือเป็นงานที่ครรลองเดียวกัน”
คุณพิชิตเข้าใจโดยแจ่มแจ้งปราศจากข้อสงสัยจึงเรียนถามถึงเรื่องการเงินของเขาต่อไปอีก
“ภพกดุมภะ การเงิน เมื่อเสาร์มาครองเรือนอยู่เล่าขอรับ”
หลวงตาชี้ตามภพไล่ตามดวงดาวเจ้าเรือนไปให้ดู “ดูการเงินขั้นแรก็ต้องจับเจ้าเรือนกดุมภะก่อนคืออังคารไปเป็นเกษตรอยู่ในราศีเมษตำแหน่งเกษตรทำให้มีความมั่นคงถาวรเป็นหลักฐาน และภพที่อังคารสถิตเป็นภพปัตนิ ย่อมหมายถึงเขาตั้งหลักฐานได้หรือมีฐานะมั่นคงเมื่อแต่งงานมีเมียแล้ว ตามความหมายของภพที่เจ้าเรือนกดุมภะไปครองอยู่ หรือจะอ่านกลับอีกทางหนึ่งได้ว่า ภรรยาของเขามีหลักฐานดีเป็นสิ่งที่ร่วมให้ฐานะของเขาดีขึ้นเช่นกัน ส่วนเสาร์เป็นดาวลอยมาครองอยู่ ย่อมเป็นแต่เพียงเหตุ เหตุใด เหตุว่า คู่ศัตรูย่อมมีการต่อสู้ ย่อมมีอุปสรรคขัดขวาง ฉะนั้นการเงินของเขาจะได้มาก็ต้องต่อสู้ เหนื่อยยาก พยายามตรงตามที่คุณพยากรณ์ไว้นั่นแหละ เสาร์ดาวลอยเป็นเหตุ อังคารเจ้าเรือนกดุมภะคือผล ฉะนั้นผลการเงินของเขาจึงมั่นคง”
คุณพิชิตเหมือนได้ดวงแก้วสารพัดนึกก้มลงกราบชำระค่าเล่าเรียนอีกเป็นเคารพสอง ด้วยความปลาบปลื้มสุดหัวใจ
“สิ่งนี้แหละ ที่ผมปรารถนามาหลายปี เพิ่งจะมาพบขุมทรัพย์ที่หลวงตานี้เอง หลวงตาจับเจ้าเรือนเพียงไม่กี่ภพอ่านผสมผสานเป็นเรื่องเป็นราวของชีวิตได้มากมายจนเหลือเชื่อ โธ่เอ๋ย…ผมหลงงมโง่มาเสียนาน”
แม้หมอเถา ครูก้อน ครูสมศักดิ์ ซึ่งเป็นศิษย์ใกล้ชิดเคยรู้เห็นการพยากรณ์ของหลวงตาอาจารย์บ่อยๆ ก็ยังอดทึ่งและแปลกใจในลีลาการอ่านดาว อ่านภพของอาจารย์มิได้และสิ่งนี้เองเป็นสิ่งที่ศิษย์ทั้งสามภูมิใจในความสามารถของหลวงตาชื้นอาจารย์หนักหนา
หลวงตารวบมือที่พนมของคุณพิชิตไว้ขณะที่เขายังก้มกราบซบอยู่แทบตัก ท่านก้มหน้าภาวนาอยู่บนศีรษะ “พุทธังประสิทธิ ธัมมังประสิทธิ สังฆังประสิทธิ อาตมาขอประสิทธิวิชาให้ จงมีความรุ่งเรืองในโหราศาสตร์ไปในเบื้องหน้าเถิด”
คุณพิชิตรู้สึกเย็นวูบ เพราะลมปากที่หลวงตาเป่าบนศีรษะเขา จนขนลุกเกรียวทั่วตัวด้วยความปิติใจ
เมื่อคุณพิชิตเงยหน้าขึ้น หลวงตาก็สรุปเอาแต่แก่นของหลักเกณฑ์ให้ไว้จดจำ
“ประสงค์เรื่องใด ก็จงจับเจ้าเรือนแห่งภพนั้น ๆ เขาดูก่อน เป็นความหมายหลักตามแบบที่อาตมาทำให้ดู ตกในที่ดีชั่วก็ย่อมเป็นไปตามนั้น ส่วนดาวลอย เหมือนผู้มาอาศัยไม่มีสิทธิ เพียงแต่มาก่อเหตุเดือดร้อน หรือส่งเสริมให้เรื่องนั้น ๆ เป็นไป ดาวที่ร่วมเรือนร่วมดาวก็เช่นกันย่อมจะเป็นความหมายรองไป การอ่านดาวอ่านภพต้องอ่านทางเจ้าเรือนเป็นองค์ประธาน และอ่านส่วนอื่นๆเป็นองค์ประกอบ จึงจะได้ความหมายสอดคล้องรับกัน เป็นเรื่องราวอันถูกต้อง”
เณรชั้วแอบมายืนลับๆล่อๆอยู่มุมกุฏิเพราะใกล้เพลเต็มที จ้องคอยยกสำรับถวายแต่เกรงใจแขกซึ่งเป็นนายอำเภอ จึงได้แต่รีรออยู่ก่อน และชั่วขณะนั้นเอง เสียงรถยนต์มาจอดหน้ากุฏิ ครู่เดียวก็มีคนถือปิ่นโตเถาใหญ่เปิดประตูกุฏิเข้ามา
นายอำเภอหันไปดูแล้วก็เรียนหลวงตาชื้น “ผมให้แม่บ้านเขาทำอาหารมาถวายเพลหลวงตา มีของโปรดของหลวงตาคือแกงบอนด้วย”
เณรชั้วรู้หน้าที่ก็เข้ามารับปิ่นโตไปจัดแจงลงสำรับตามความประสงค์ หลวงตากำลังอารมณ์ดีจึงพูดเล่นๆ
“หมู่นี้ดวงอาตมาดีจริงๆ เทศน์ทีไรได้ของติดกัณฑ์เทศน์ทุกที ไม่ลาภเงิน ก็ลาภปาก”
ครูสมศักดิ์ยังติดใจดวงชะตา แต่ไม่กล้าถามหลวงตาตรงๆ จึงแอบกระซิบข้างหูหมอเถาเบาๆ ไม่ให้หลวงตาได้ยิน “ดวงใครน่ะหมอเถา ชีวิตของเขาเป็นอย่างไร”
หมอเถาซึ่งอยู่กับหลวงตาเมื่อวันวานรู้เรื่องอยู่แล้ว ก็กระซิบตอบ “ดวงเสี่ยเม้งในตลาด เขาเป็นคนค้าขาย รับซื้อพืขไร่พื้นเมืองตามตำบลต่างๆมารวมไว้เอาส่งไปขายกรุงเทพฯไปติดต่อลูกค้าและเก็บเงินคราวหนึ่งบางทีนานตั้งเดือน เคยถูกจี้เอาเงินไปกินเสียก็หลายหน”
เสียงกองเพลจากหอสวดมนต์ดังตูม ๆ ได้ยินถนัดทั้งวัด และดังเร่งจังหวะจนแผ่วเบาหายไป เณรชั้วยกสำรับกับข้าวมาตั้งให้นายอำเภอและพี่ชายเป็นคนประเคนถวายหลวงตา ต่างมีความสุขทั้งผู้ถวายและผู้รับถวาย.







Copyright © 2010 All Rights Reserved.
มูลนิธิสมาคมโหรแห่งประเทศไทยในพระสังฆราชูปถัมภ์ สถานที่ตั้ง เลขที่ 24 ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน แขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร
โทรศัพท์ 02-4243377 Email : horathaimail@yahoo.com


eXTReMe Tracker



www.horawej.com เวปนิตยสาร โหราเวสม์  เพื่อการศึกษาค้นคว้า โหราศาสตร์ และศาสตร์ต่าง ๆ รวมทั้งโปรแกรมผูกดวงต่าง ๆ มากมาย ทางเรายินดี เป็นศูนย์กลางของการเผยแพร่ ความรู้ทางศาสตร์ แห่งโหรศาสตร์ และอื่น ๆ ที่ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ผู้ใดหากท่านใดต้องการรับการพยากรณ์เชิญในห้องกระทู้ มีอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิคอย ตอนรับท่าน อยู่หลายท่าน เรียนเชิญครับ ด้วยความเคารพอย่างสูง webmaster horawej@horawej.com