ReadyPlanet.com
dot
bulletHome
dot
เกี่ยวกับมูลนิธิฯ
dot
bulletสมเด็จพระสังฆราช
bulletสารมูลนิธิสมาตมโหรฯ
bulletความเป็นมามูลนิธิฯ
bulletวัตถุประสงค์มูลนิธิฯ
bulletคณะกรรมการมูลนิธิฯ
bulletอาจารย์ผู้ทรงเกียรติ
bulletสถานที่ตั้งมูลนิธิฯ
dot
การเรียนการสอน
dot
bulletตารางการอบรม
bulletขั้นตอนการสมัคร
bulletห้องเรียนออนไลน์
bulletสถานที่ตั้งมูลนิธิฯ
dot
รายละเอียดหลักสูตร
dot
bulletดารา+โหราศาสตร์
bulletโหราศาสตร์สากลยูเรเนี่ยน
bulletโหราศาสตร์ไทย
bulletสุริยาตร์ศึกษา
bulletลายมือ(หัตถศาสตร์)
bulletกาลเวลาบนฝ่ามือ
bulletเลข 7 ตัว 9 ฐาน
dot
อาจารย์ผู้บรรยายที่มูลนิธิฯ
dot
bulletอ.อารี สวัสดี
bulletอ.วรพล ไม้สน
bulletอ.ลี ภัทรพงศ์มณี
bulletอ.สิวะพร เมธศาสตร์
bulletอ.กิตตินันท์ เจนาคม
bulletอ.ภารต ถิ่นคำ
dot
กิจกรรมมูลนิธิฯ
dot
bulletทำบุญขึ้นบ้านใหม่
bulletพยากรณ์การกุศล 100 ปี สมเด็จพระสังฆราช
bulletพยากรณ์การกุศล (1) สมเด็จพระเทพฯ
bulletพยากรณ์การกุศล (2) สมเด็จพระเทพฯ
dot
รับพยากรณ์ดวงขะตา
dot
bulletพยากรณ์ที่มูลนิธิฯ
bulletพยากรณ์นอกสถานที่
dot
บทความของอาจารย์ประจำมูลนิธิฯ
dot
bulletเรื่องที่ควรรู้ ดูเหมือนจะเข้าใจ
bulletถ้าจะเรียนโหรา ให้ฆ่าอ.ทั้ง ๔
dot
บทความหมอเถา(วัลย์)
dot
bulletหน้าพากย์
bulletเกณฑ์ชันษา
bulletดวงพระ
bulletดวงสองชั้น
bulletดาวแฝงแสง
bulletดวงชาวเกาะ
bulletดาวลอย
bulletตนุเศษ
bulletพระเคราะห์ถ่ายเรือน
bulletฤกษ์งาม-ยามดี
bulletลักคเนย์
bulletพินทุบาทว์
bulletดาวบุพกรรม
bulletบุษบามีคู่
bulletยามอัฎฐกาล
bulletกฎแห่งกรรม
bulletตั้งชื่อเด็ก
bulletยามกาลชะตา
bulletดาวคู่มิตร-คู่ธาตุ
bulletห้ามฤกษ์
bulletจับโจร
bulletบุพกรรมแห่งดาว
bulletเรียนโหราศาสตร์
bulletทักษาประสมเรือน
bulletจุดคราสในดวงชะตา
bulletทักษาสมเด็จ
bullet๓ ลัคนา
bulletอ่านดาว
dot
บทความทั่วไป
dot
bulletฮวงจุ้ยกับการเปลี่ยนแปลง
bulletความเป็นกลางกับศาสตร์โบราณของจีน
bulletจีนกับการเปลี่ยนแปลง
dot
อื่นๆ
dot
dot
แกลลอรี่ภาพกิจกรรมมูลนิธิฯ ต้องการดู Click ที่รูปด้านล่าง 1 ครั้ง
dot


งานเลี้ยงขอบคุณนักพยากรณ์
แจกประกาศนียบัตร นักพยากรณ์ งานพยากรณ์การกุศล
งานพยากรณ์การกุศล เฉลิมพระเกียรติ ๕ รอบ (2)
งานพยากรณ์การกุศล เฉลิมพระเกียรติ ๕ รอบ (1)
งานพยากรณ์การกุศล 100 ปี สมเด็จพระสังฆราช
ถวายพวงมาลา ตำหนักเพ็ชร
งานทำบุญขึ้นบ้านใหม่
ถวายพระพรสมเด็จพระสังฆราช
กระทรวงวัฒนธรรม
Work Shop การใช้โปรแกรม Uranus 2.6 และ 3.1
มหัศจรรย์ดวงอาทิตย์ตกตรง 15 ช่องประตู และจันทรุปราคาเต็มดวง  ปราสาทหินพนมรุ้ง บุรียรัมย์
เปิดพระบรมราชานุสาวรีย์​ ร.๔ หน้าวังสราญรมย์ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๗
วางมาลาวันคล้ายวันสวรรคต พระจอมเกล้าฯ ร.4


ลักคเนย์

วันนักขัตฤกษ์
จนสายแดดกล้าร่วม 10.00. ร้านกาแฟเจ้าโกมีลูกค้าคับคั่ง ทุกโต๊ะเต็มร้านเพราะเป็นวันหยุดราชการด้วยนายห้างเจ้าโกเดินเก็บเงินหน้าตายิ้มแย้มเบิกบานเป็นพิเศษ
โต๊ะติดหน้าร้าน ใกล้ริมถนน สมาชิกเต็มโต๊ะเป็นครูเก่าหนึ่ง ครูใหม่หนึ่ง และข้าราชการอำเภอ คุยกันเรื่องดินฟ้าอากาศ ข้าวสารขึ้นราคาและการเดินขบวนและข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์
เสียงพูดคุยทางโต๊ะในร้านกาแฟชะงักหยุดเงียบลงทันควันเหมือนนัดกันหยุดพร้อมกันเพราะเสียงเอะอะสลับกับเสียงไชโยโห่ฮิ้วของคนจำนวนมากดังมาจากทางแยกที่จะเลี้ยวมาทางร้านกาแฟ
ทุกคนในร้านกาแฟลุกออกมามุงแน่นอยู่หน้าร้านด้วยความสนใจครูเก่าและครูใหม่ที่นั่งโต๊ะหน้าร้าน พยายามแทรกคนมุงออกมาหน้าเพื่อน เพื่อจะดูเหตุการณ์ให้ถนัด
พอหัวขบวนโผล่จากทางแยกเป็นวัวผู้สีน้ำตาลพ่วงพีล่ำสันเดินอย่างองอาจผ่าเผยมากลางถนนและที่องอาจยิ่งไปอีกก็คือคนที่นั่งหลัววัวไขว่ห้างทำโก้อย่างกับนั่งรถยนต์เก๋งชั้นดี ข้างหลังเป็นขบวนเด็กวัยสิบ ทั้งโห่ร้องป้องปากล้อวัว บ้างตีปีกปึงปังหวังจะให้วัวตื้นเพื่อจะได้ดูคนขี่วัวผจญภัย
ทั้งครูก้อนและครูสมศักดิ์จำได้ก็อุทานเต็มเสียงพร้อมกัน “เฮ้ย…หมอเถา”
เสียงสองครูดังจนได้ยินถึงหูหมอเถาที่นั่งอยู่บนหลัววัว ถึงกับเหลียวหน้ามาดูดีใจที่พบเพื่อนคู่หูจึงเหนี่ยวสายสนตะพรายให้วัวเลี้ยวตรงมาทางครูก้อนและครุสมศักดิ์พอวัวเข้าใกล้กลุ่มคนเด็กๆที่มุงอยู่ด้านหน้าก็แตกฮือวิ่งหนีอลหม่าน ให้ผู้ใหญ่พลอยหลบพัลวันเพราะไม่ไว้ใจเส้าสัตว์มีเขา
กลุ่มเด็กที่ยกขบวนตาโห่ฮืวมาก็เข้าล้อมหน้าลอ้มหลังล้อเลียนร้อนจถึงครูสมศักดดิ์ต้องจัดการไล่เพราะล้วนแต่เด็กนักเรียนโรงเรียนครูสมศักดิ์ทั้งสิ้น จึงเชื่อฟังและแยกย้ายไปโดยดี
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นหมดเถา ถึงได้ขี่วัวเป็นพระอินทร์ยังงี้” ครูก้อนถามปนเสียหัวเราะเพราะขำท่าทางของเพื่อน
หมอเถายังนั่งไขว่ห้างอยู่บนหลังวัวท่าทางภูมิใจในพาหนะของตน “บ๊ะ…ขี่วัวมันแปลกยังไง’’
ผู้คนถึงแตกตื่นนักครูก้อนก็ยังพลอยแปลกกะเขามั่ง”
“โธ่เอ๋ยหมอเถาดูสารรูปตัวเองเถอะมันน่าขำเพียงไหน”
“ช๊ะๆฉันว่าสารรูปฉันมันเป็นพระเอกน๊ะครู พระเอกลูกทุ่งของไม้เมืองเดิมยังไงล่ะ” หมอเถาลอยหน้าเถียงอย่างภาคภูมิ
ทั้งครูก้อนและครูสมศักดิ์หัวร่องอหายจนหมอเถานึกกระดากทำทาเก้อเขินเสพูดเรื่องธุระ
“วันนี้วันหยุดตั้งใจจะมาชวนไปกุฏิหลวงตาคงจะมีแขกมาแยะคงมีดวงแปลกๆบ้าง”
“หมอยังไม่ตอบเลยว่าทำไมถึงมาเป็นพระเอกขี่วัว” ครูสมศักดิ์ถามอีกเพราะอยากรู้ “เถอะน่ะ…” หมอเถาตัดบท “เรื่องมันยาวไว้ไปเล่าที่กุฏิหลวงตาดีกว่า”
“ไปก็ไป หมอเถามีรถยนต์ตราวัวขี่ล่วงหน้าไปก่อนเถอะ” ครูก้อนว่า “ไปพร้อมๆกันก็ได้เ”หมอเถาเขยิบที่นั่งบนหลังวัวให้ “ขี่มันไปพร้อมๆกันทั้งสามคนนี่เหละ”
“ไม่ขอเดินไปเองดีกว่า” ครูก้อนปฏิเสธ หันไปชวนครูสมศักดิ์ออกเดินไปก่อน หมอเถาก็กระตุ้นวัวเดินตามหลังไปติดๆ
พอลับร้านกาแฟ หมอเถาเทียบวัวข้าไปใกล้ชวนอีก “ขึ้นมาเถอะน่าครูมันนั่งสบายไม่หยอก หลังมันนุ่มยังกะเบาะยัดนุ่น”
ครูก้อนหยุดเหลียวหน้าเหลียวหลังเห็นลับตาคนก็ชักเปลี่ยนใจนึกสนุก เดินวนไปท้ายวัวแล้วก็ตัดสินใจปีนขึ้นไปนั่งและฉุดมือครูสมศักดิ์ขึ้นไปเป็นสาม
หมอเถาสงสัยถาม “เมื่อกี้ครูก้อนเดินไปตรวจท้ายวัวทำไมรึครู”
ครูก้อนตอบหน้าตาเฉย “ดูว่ามันตัวผู้หรือตัวเมีย ถ้าเป็นตัวเมียมันจั๊กจี้หัวใจไม่กล้าขี่”
ต่างหัวเราะกันครื้นแครงปล่อยให้วัวเดินไปตามสบายจนกระทั่งเลี้ยวเข้าสู่เขตวัด
บนกุฏิหลวงตาชื้นขวักไขว่ด้วยผู้คนแขกเหรื่อตั้งแต่เวลาฉันเช้ามาแล้ว กระทั่งเหลือชุดสุดท้ายเป็นข้าราชการที่ย้ายมาใหม่ยังอ้อยอิ่งซักไซร้ไล่เลียงหลวงตาว่าจะเป็นใหย่ไปภายหน้าหรือไม่ จะร่ำรวยเห็นเศรษฐีหรือไม่ จะไม่ถามอยู่ก็เรื่องเดียว เรื่องว่าจะมีเมียน้อยหรือไม่เพราะคุณนายนั่งท้าวแขนฟังอยู่ด้วยห่างออกไปทางหอฉัน แขกประจำกุฏิคือศิษย์ทั้งสามเลี่ยงไปนั่งจับกลุ่มคุยกันคอยให้แขกว่าง
ครูก้อนยังติดใจเรื่องวัวจึงถามต่ออีก “หมอเถาว่าจะเล่าเรื่องวัวมันยังไงกัน”
หมอเถาสีหน้าหนักใจ “เรื่องมันยังงี้ฉันทำสวนครัวไว้หล้งบ้านพอทุ่นค่ากับข้าวได้เก็บกินมาทุกวัน มาเมื่อเช้าวานซืนตื่นขึ้นก็พบเจ้าสองเขานี่เข้าไปอยู่กลางสวนเถาฟักแฟงแตงร้าน ที่อุตส่าห์รดน้ำทุกวันจนงอกงามมันกินเรียบไม่เหลือเลยสักต้นเดียว หมดคลังเสบียงก็คือฉันหมดตัวแหละ มันวัวใครก็ไม่รู้ฉันก็เลยยึดตัวมันไว้เป็นจำเลยเพื่อจะได้คิดค่าเสียหายกับเจ้าของมัน คอยแล้วคอยอีกก๋ไม่มีเจ้าของมาติดตามผูกมันไว้กับระเบียลงบ้านไปเที่ยวติดตามหาเจ้าของ ช๊ะ…พอกลับมาพบระเบียงบ้านพังไปอีกแถบหนึ่งเพราะมันดิ้น ที่หายไป 2-3 วันน่ะหยุดซ่อมบ้าน”
ครูสมศักดิ์แนะอย่างผู้รู้ “ก็ไปแจ้งอำเภอเขาซี”
“แจ้งแล้ว หมอเถาว่า “ไปแจ้งตำรวจกองเมืองเขาก็รับแจ้งแต่เขาไม่มีห้องขังจำเลยวัว ตำรวจเขาให้มาเลี้ยงไว้รอเจ้าของไปไหนก็ต้องเอาไปด้วย ขืนผูกไว้บ้านก็คงพังทั้งหลัง”
ครูก้อนออกความเห็นมั่ง “ก็มันกินของเรา เราก็มีสิทธิกินเนื้อมันเสียก็สิ้นเรื่อง”
“โธ่ครูก้อนคิดเป็นยักษ์เป็นมารใครจะทำลง” หมอเถาส่ายหน้าและจุ๊ปากรำพันคิด “ถ้าเป็นวัวตัวเมียละก็ไม่ว่าเลย ยังจะพออาศัยประโยชน์ได้มั่ง”
“เฮ้ย…หมอเถา” ครูก้อนร้องอึกเสียงลั่น จนแขกของหลวงตาหันมามอง ครูก้อนจึงลดเสียงลงพอได้ยินกันสามคน “แกจะคิดพิเรนเอาวัวทำปัตนิเรอะ อย่านา…ติดคุกเป็นปีทีเดียว”
“ครูก้อนพูดลามก” หมอเถาปฏิเสธทันควัน ฉันหมายนถึงว่าถ้าเป็นวัวตัวเมียยังจะพอรีดนมขายหาลำไพ่แทนค่าเสียหายได้บ้าง”
“เออพ้นเคราะห์ปี” ครูสมศักดิ์ถอนหายใจหายห่วง “นึกว่าหมอเถาจะมีลัคนาราศีพิจิกเรือนปัตนิเป็นราศีพฤษภ วัว”
หมอเถาหัวเราะยิงฟันขาวเพราะถูกสัพยอกแล้วก็ระบายความทุ่กข์ในอกที่หนักใจอยู่ “ถ้าไม่พบเจ้าของอีกพักเดียวฉันเจ๊งแน่ ทุกเช้าก็ต้องพาไปกินหญ้า ไปไหนก็ต้องหอบหิ้วไปด้วยนานเข้าเห็นจะต้องนิรโทษกรรมเจ้าวัวตัวนี้ เอามันไปปล่อยเสียให้พ้นๆหมดเวรกันเสียที”
แขกของหลวงตาได้เวลาลากลับ ต่างคนต่างกราบหลวงตาหน้าตายิ้มย่องผ่องใสเพราะคำพยากรณ์ต่างยกขบวนถอยจากชานระเบียงพากันลงจากกุฏิไป
หมอเถาและครูก้อนและผู้ที่กำลังสมัครเป็นศิษย์ใหม่คือครูสมศักดิ์ก็ลุกจากหอฉันเข้ามากราบหลวงตา
“เออครบชุดดีจริง” หลวงตาชื้นวิสาสะยิ้มแย้มอารมณ์ดี “มากันแต่เช้ามีธุระอะไรด้วยหรือเปล่าล่ะ”
“ไม่มีธุระคะรับ” หมอเถาตอบแทนเพื่อน “วันหยุดก็เลยมากราบเท้าหลวงตาคอยรับใช้ครับ”
หลวงตายิ้มถูกใจทั่งๆที่รู้ว่าถูกประจบ “ปากหมอถามันประจบหวานยังงี้ไม่น่าอยู่เป็นโสดมาจนแก่เลย”
ครูสมศักดิ์เรียนถามหลวงตาถึงแขกที่เพิ่งจะกลับเมื่อครู่นี้ “ดูเหมือนจะเป็นข้าราชการอำเภอเพิ่งย้ายมาใหม่กระมัง ขอรับ”
“ใช่…ครู ย้ายมาจากภาคกลางเป็นแผนกที่ดิน เวลาเกิดเขาไม่แน่ผูกดวงมาหลายแห่งไม่ค่อยยุติกัน เขาเองก็สงสัยอยู่ตลอดมา”
ถ้าเช่นนั้นก็คงมาสอบลัคนา” ครูก้อนแอบมองดูดวงที่ยังเขียนอยู่บนกระดาน
“ก็คงจะทำนองนั้นแหละ” หลวงตาพยักหน้าและชี้ดวงบนกระดาน “ดูเอาซี”ครูสมศักดิ์ ครูก้อน และหมอเถาสุมหัวเข้าดูกระดานโหรพร้อมกันทั้งสามคน
หลวงตาอธิบาย “เขาจำผู้ใหญ่บอกแต่เพียงว่าเกิดเวลาบ่ายโมงเศษๆไม่รู้ว่ามันเศษเท่าใด ถ้าเศษน้อยลัคนามันก็อยู่ราศีมิถุน ถ้าเศษมันถึงครึ่ง ลัคนาก็สถิตราศีกรกฏ”
ครูสมศักดิ์เป็นคนคิดอะไรก็บไว้ในใจไม่อยุ่ก็ออกความเห็นตามที่ตนได้เรียนมรู้มาเดิม
“ผมว่าคงจะพอสันนิษฐานได้ไม่ยากนักรู้เวลาเกิดวางลัคนาคาบเกี่ยวเพียง 2 ราศีเท่านั้น”
หมอเถาและครูก้อนไม่เคยได้เรียนรู้มาก่อนจึงไม่กล้าออกความเห็นได้แต่ยิ่งคอยฟัง หลวงตาชื้นนั้นพลอยพยักหน้าและซัก
“ครูสมศักดิ์จะสันนิษฐานยังไง ไหนลองอธิบายดูทีรึ” ครูสมศักดิ์พูดออกไปแล้วจึงคิดว่าไม่ควรแสดงความรู้ต่อหน้าหลวงตาผู้แตกฉานจึงพนมมือไหว้”ผมขออภัยที่พูดเพราะเห็นเขาเล่นๆกันอยู่อย่างแพร่หลายขอรับ”
“เออ…พูดไปเถอะครูสมศักดิ์” หลวงตาตกปากอนุญาติ
“อย่างแผนกที่ดินนั้น น่าจะวางลัคนาเกิดไว้ราศีมิถุน คงจะเกิดไม่ถึงเวลาบ่างโมงครึ่งแน่”
หมอเถากับครูก้อนนั่งอ้าปากฟังนึกนิยมครูสมศักดิ์ว่ารวอบรู้วิชาโหราศาสตร์พอตัวทีเดียวจึงหลอยซักถามบ้าง
“ครูสมศักดิ์ เอาเกณฑ์อะไรเป็นเครื่องพิสูจน์หรือ ดูรวดเร็วดี”
“ก็เจ้าเรือนของเขานั่นแหละ” ครูสมศักดิ์ภูมิใจที่มีความรู้เหนือเพื่อน “ท่านแผนกที่ดินรูปร่างท่านอ้วนท้วนสมบูรณ์และเตี้ยรูปร่างดาวพุธเจ้าเรือนราสีมิถุนชัดอยู่ ถ้าเกิดถึงบ่างโมงครึ่งก็ต้องราศีกรกฎรูปร่างน่าจะบอบบองแช่มช้อยเหมือนสตรีตามลักษณะของจันทร์อันเป็นเกษตรเจ้าเรือน”
ทั้งครูก้อนและหมอเถาฟังเหตุผลเข้าเค้าดีนึกเชื่อถือเป็นจริงแต่ยังไม่แน่ใจตรงที่ยังมิได้ฟังหลวงตาอธิบายเหตุผล ใจหนึ่งก็ยังมั่นใจว่าหลวงตามักมีของดึกว่าเสมอ
แต่หลวงตามิได้คัดค้าน กลับถามเรื่อยๆ “เป็นไปทุกราศีซีน๊ะครูสมศักดิ์”
“ขอรับ เขาเล่นกันเช่นนี้” ครูสมศักดืรับคำแบ่งรับแบ่งสู้เพราะไม่แน่ใจความรู้ของหลวงตาชื้นอยู่เช่นกัน “ผมก็เลยเล่นตามๆเขาเรื่อยๆมา”
“แล้วถ้ามันมีดาวลอยจากราศีอื่นมารวมกันอยู่ด้วยล่ะ เอาละสมมุตกันว่า ถ้าลัคนามาอยู่เรือนพุธมันอ้วนเจ้าเนื้อและถ้าเสาร์เข้ากุมมักรูปร่างผอมเกร็ง เราจะกำหนดเอาว่าอ้วนหรือผอมล่ะครูสมศักดิ์”
ครูสมศักดิ์ชักเงอะที่ถูกซักเพราะตนมิได้ใช้จนช่ำชองนัก นอกจากจดจำเขามาแต่ต้นๆเหตุนั่นซีขอรับ ผมยังงงๆอยู่จึงอยากกราบเท้าหลวงตาขอราบเหตุผล”
“เออ พอมันจนมุมเข้าก็โดดเกราะเอวหลวงตาเอาตัวรอดไปทุกที” หลวงตาหัวเราะชอบใจแล้วหันไปทางหมอเถา ลองปัญญา “หมอเถาล่ะคิดเห็นอย่างไง”
หมอเถาไตร่ครองมองหน้าเพื่อนตอบไม่แน่ใจนัก” เสาร์รูปผอมเกร็ง พุธรูปอ้วนท้วน ผสมกันมันคงเป็นรูปกลางๆไม่อ้วนไม่ผอมสมส่วนกระมังคะรับ”
หลวงตาชื้นยิ้มชอบใจความคิดเหตุผลทื่อๆของหมอเถาและหันมาซักครุสมศักดิ์ต่อไปอีก “อันรูปร่างทรวดทรงของคนนั้นมันเปลี่ยนได้ตามวัยและอาย เช่นบางคนเมื่อหนุ่มๆรูปทรงอ้อนแอ้นเอวเล็กเอวบาง พออายุมากเข้าก็อ้วนท้วนก็มีมาก ยิ่งผู้หญิงด้วยแล้วรูปร่างเปลี่ยนแปลงได้ง่าย พอมีลูกมีผัวแก่ตัวสบายอกสบายใจบ้างมีบุญมีวาสนามักเจ้าเนื้อทุกราย ครูสมศักดิ์เคยเห็นมาบ้างหรือเปล่าล่ะ”
ครูสมศักดิ์ชักไม่สบายใจ “เคยเห็นขอรับ มีมากเสียด้วย”
“ก็นั่นน่ะซี” หลวงตาว่า “ถ้าเปลี่ยนรูปทีมิต้องเปลี่ยนลัคนาให้มันตรงกับลักษณะของดาวตามราศีไปหรือครูสมศักดิ์ เอ๋ย”
ครูสมศักดิ์ ครูก้อน หมอเถา มองหน้ากันเองหาคำตอบ เพราะตัวเองมิได้คิดไปไกลถึงขนาดนั้น ทั้งเป็นเหตุผลที่ค้านไม่ได้เสียด้วยทางที่ดีที่สุดคือนิ่งเฉยเสีย
หลวงตาชื้นยังอธิบายในเชิงยกตัวอย่างต่อไปอีก “อย่างเช่นเด็กเกิดมารูปร่างเล็กบอบบางหรือสูงใหญ่ ผิวดำ หรือผิวขาวก็สุดแต่พ่อแม่กรรมพันธุ์แห่งเขา ลูกแขก ลูกเจ๊ก ลูกไทยมนเหมือนกันยาก ครั้นเมื่อวางลัคนาตามเวลาเกิดเขาแล้ว รูปร่างเขาเกิดขัดกับรูปร่างตามลักาณะดาวประจำราศีจะว่าอย่างไรจะเปลี่ยนเขาตามรูปร่าง เวลาเกิดเขาแน่นอนก็ยันอยู่ ครั้นถ้าไม่เปลี่ยนก็ดูมันจะผิดตำราไป ครูสมศักดิ์จะทำอย่างไร”
ความคิดครูสมศักดิ์ขณะนี้เหมือนยอดไม้ต้องลม มันดอนเอนจนไม่รู้ทิศทาง นึกเสียใจว่าไม่ควรออกความเห็น ความคิดของหลวงตาคิดข้ามหัวไปทุกที
“ผมมิได้คิดค้นเหตุผลลึกซึ้งขอรับ ใช้แต่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปคราวหนึ่งๆเท่านั้น”
หลวงตาท่านก็เทศนาชักเรื่องมาให้ฟังอีก “เรื่องรูปร่างเหมือนลักษณะดาวประจำราศีนี่น่ะ ผัวเมียทะเลาะกันถึงขนาดเลิกกันก็มีหลายรายเพราะหมอดูเอาลักษณะดาวเจ้าเรือนปัตนิของเขามาทายรูปร่างของเนื้อคู่แท้ให้เขา อ้ายที่หนุ่มสาวยังไม่มีผัวเมียก็พอทำเนา ที่เขาได้เสียอยู่กินกัน แล้วรูปไม่สมตามคำหมอดูชักเกิดระแวงพอเมีเรื่องระหองระแหงมันพาลจะคิดเลิกกันทุกทีเพราะนึกอยุ่เสมอว่ามิใช่เนื้อคู่แท้ๆ”
ครูสมศักดิ์เคยคบหานักโหราศาสตร์มามากกก็ออกความเห็นอีกเพื่อลองหยั่งฟังเหตุผลของหลวงตาชื้น “ผมเคยได้ยินมาว่าบางอาจารย์ท่านใช้วิธีวินิจฉัยลัคนาด้วยวิธีให้เจ้าชะตาเดินให้ดู คือถ้าเดินเหมือนแพะก็อยู่ราศีเมษตามสัญลักษณ์ของราศี ถ้าเดินเหมือนวัวก็ราศีพฤษภ ถ้าเดินเหมือนมนุษย์ก็ราศีมิถุน”
หมอเถาเกิดเรืองปัญญาคิดเหตุผลซักมั่ง “อ้ายราศีเหล่านั้นพอจะเป็นไปได้หรอกครูสมศักดิ์ แต่ราศีกรกฏมิต้องเดินให้เหมือนปูเร๊อะ คนเรามันจะเดินยังไง เดินเขาข้างๆไป”
“ก็นั่นน่ะซี” ครูก้อนชักมองเห็นขึ้นมาบ้าง “พอถึงราศีตุลย์กับราศีกุมภ์ยิ่งยุ่งใหญ่เดินให้เหมือนตาชั่งหรือหม้อน้ำ มันจะเดินกันอีรูปไหน ผมมองไม่เห็นเลย”
ครูสมศักดิ์เสียแต้มจนหน้าแดงรีบออกตัว “ผมก็ไม่เห็นด้วยแต่ไม่ทันคิดเหตุผลถี่ถ้วน”
หมอเถาหันไปหาหลวงตาพนมมือตามนิสัย “คนเก่าๆมักเกิดจำเวลากันไม่แม่นยำเพราะมิได้จดกันเป็นโมงเป็นนาทีเหมือนคนสมัยนี้มักจะประมาณๆกันเอาตามเวลาที่สังเกตได้ นาฬิกาก็มักไม่มีทุกบ้านหรือถึงจะมีก็มักไม่ใคร่เที่ยงตรงคงเส้นวากันนัก จะวินิจฉัยอย่างไรคะรับ ถ้าเวลามันคาบเกี่ยวราศีกันหลวงตากรุณาให้ความรู้พวกกระผมด้วย วันหน้าไปดูเขาผิดๆถูกๆจะเสื่อมเสียถึงครูบาอาจารย์”
“ช๊ะๆหมอเถา พูดเป็นวัวพันหลักมาขู่ข้าได้” หลวงตาชอบอกชอบใจคารมหมอเถา “คนโบราณเขาบอกเวลาเกิดกัน ก่อนเพลบ้าง เวลาควายกลับคอกบ้าง พระบิณฑบาตบ้าง ไม่ใคร่รู้โมงยามกันหรอก” ถ้าเขาไม่มีทางพิสูจน์เขาก็ทำนายทายทักกันไม่ได้ เขามีวิธีของเขา”
ถึงตอนสำคัญหลวงตากับหยุดนิ่งเสียหันไปรินน้ำชาดื่มและจุดบุหรี่ใบตองในกล่องสูบ หมอเถา ครูก้อน ครูสมศักดิ์คอยจ้องฟังตอนสำคัญ จะเตือนก็ไม่กล้า นิ่งกันไปพักใหญ่เหมือนลองใจศิษย์ หลวงตาจึงเอ่ยขึ้นเป็นปริศนาลายแทง”
“มันต้องกำหนดเอาสิ่งที่เปลี่ยนแปลงยากเป็นเครื่องกำหนดราศีแห่งลัคนาเขา แม้จะมีอายุขัยเท่าใดก็ตาม”
ท้งสามศิษย์มองหน้ากันเองใช้ความคิดตามคำของหลวงตาก็คิดไม่ออกเช่นเดิม หมอเถารำพึงอ่อยๆ “ขึ้นชื่อมนุษย์ อะไรๆมันก็เปลี่ยนแปลงได้เสมอคะรับ”
“สันดาน ซีว๊ะมันเปลี่ยนยาก สันดานคนบางคนตั้งแต่หนุ่มจนแก่ไม่เปลี่ยนเลยก็มี” หลวงตาไม่ทันใจความฉลาดของลูกศิษย์จึงบอกตรงๆไม่อ้อมค้อมอีก “ตัวตนุเศษนั่นและคือความคิดนิสัยจิตใจที่แสดงออกให้เรารู้ได้ชัดกว่าอย่างอื่น ม่ายเช่นนั้นโบราณท่านจะวางตนุเศษไว้ทำไม เรามันไม่ใคร่ใช้กันปล่อยละเลยเสียมาก บางคนไม่เห็นประโยชน์เลยไม่หาเสียเลยก็มี”
ครูสมศักดิ์รีบซัก “อย่างเช่นดวงของท่านแผนกที่ดินล่ะขอรับหลวงตา ลัคนาอยู่ราศีไหนขอรับ”
หลวงตาชี้ตำแหน่ง ลัคนาบนกระดาน “ถ้าลัคนาอยู่ราศีมิถุน ตนุเศษก็จะเป็นพุธ อุปนิสัยแห่งพุธก็คือ เชาว์ไว อารมณ์ เปลี่ยนแปลงง่ายรวดเร็วประทับใจ ฝังใจครู่เดียวก็ลืม ชอบสังคมคบหาเพื่อนฝูง มีความคิดความอ่านคล้อยตามคนอื่นๆได้ง่าย ชอบเล่าเรียนศึกษาเป็นคนใช้การเจรจาตกลงประนีประนอมมากกว่าหักหาญรุนแรง นี่เป็นนิสัยตามลักษณะดาวพุธ”
ถ้าลัคนาอยู่ราศีกรกฎตนุเศษก็จะเป็นอาทิตย์” หมอเถานับราศีหาตนุเศษแทน
หลวงตาชื้นก็อธิบายต่อ “ถ้าตนุเศษเป็นอาทิตย์ลักษณะนิสัยแห่งอาทิตย์ก็คือตำหนิหรือสั่งสอนแนะนำสิ่งใดตรงไปตรงมาไม่เกรงใจใคร ใจกว้าง มักมีอุดมคติถือคำมั่นสัญญา ทะเยอทะยานมักใหญ่ใฝ่สูง เออมันแยะนักรู้แต่ย่อๆเถอะ”
ครูสมศักดิ์ยิ้มหน้าบานมองเห็นตลอด “จริงอย่างหลวงตาแนะนำขอรับ เป็นพระเดชพระคุณที่สุด”
“แล้วครุสมศักดิ์ว่าท่านที่ดินจะมีลัคนาอยู่ราศีไหนล่ะดูเอาเอง” หลวงตาโยนกลองไปให้
“ผมว่าอยู่ราศีกรกฏขอรับ เพราะเคยทราบนิสัยอยู่บ้าง” ครูสมศักดิ์กำหนดอย่างมั่นใจ แต่ก็อดถามหลวงตาไม่ได้ “หลวงตาวางลัคนาเขาไว้ราศีไหนขอรับ”
“เออ…ก็ราศีกรกฏนั่นแหละถูกแล้ว” หลวงตาบอกแล้วหัวร่อชอบใจ “เจ้าสามคนนี่แหละไปยกอาหารมาใกล้เพลแล้ว ฉันแล้วจะไปเยี่ยมท่านเจ้าอาวาสสักหน่อย ท่านอาพาธไม่มีเวลาคุยด้วยเสียแล้ว”







Copyright © 2010 All Rights Reserved.
มูลนิธิสมาคมโหรแห่งประเทศไทยในพระสังฆราชูปถัมภ์ สถานที่ตั้ง เลขที่ 24 ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน แขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร
โทรศัพท์ 02-4243377 Email : horathaimail@yahoo.com


eXTReMe Tracker



www.horawej.com เวปนิตยสาร โหราเวสม์  เพื่อการศึกษาค้นคว้า โหราศาสตร์ และศาสตร์ต่าง ๆ รวมทั้งโปรแกรมผูกดวงต่าง ๆ มากมาย ทางเรายินดี เป็นศูนย์กลางของการเผยแพร่ ความรู้ทางศาสตร์ แห่งโหรศาสตร์ และอื่น ๆ ที่ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ผู้ใดหากท่านใดต้องการรับการพยากรณ์เชิญในห้องกระทู้ มีอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิคอย ตอนรับท่าน อยู่หลายท่าน เรียนเชิญครับ ด้วยความเคารพอย่างสูง webmaster horawej@horawej.com