ReadyPlanet.com
dot
bulletHome
dot
เกี่ยวกับมูลนิธิฯ
dot
bulletสมเด็จพระสังฆราช
bulletสารมูลนิธิสมาตมโหรฯ
bulletความเป็นมามูลนิธิฯ
bulletวัตถุประสงค์มูลนิธิฯ
bulletคณะกรรมการมูลนิธิฯ
bulletอาจารย์ผู้ทรงเกียรติ
bulletสถานที่ตั้งมูลนิธิฯ
dot
การเรียนการสอน
dot
bulletตารางการอบรม
bulletขั้นตอนการสมัคร
bulletห้องเรียนออนไลน์
bulletสถานที่ตั้งมูลนิธิฯ
dot
รายละเอียดหลักสูตร
dot
bulletดารา+โหราศาสตร์
bulletโหราศาสตร์สากลยูเรเนี่ยน
bulletโหราศาสตร์ไทย
bulletสุริยาตร์ศึกษา
bulletลายมือ(หัตถศาสตร์)
bulletกาลเวลาบนฝ่ามือ
bulletเลข 7 ตัว 9 ฐาน
dot
อาจารย์ผู้บรรยายที่มูลนิธิฯ
dot
bulletอ.อารี สวัสดี
bulletอ.วรพล ไม้สน
bulletอ.ลี ภัทรพงศ์มณี
bulletอ.สิวะพร เมธศาสตร์
bulletอ.กิตตินันท์ เจนาคม
bulletอ.ภารต ถิ่นคำ
dot
กิจกรรมมูลนิธิฯ
dot
bulletทำบุญขึ้นบ้านใหม่
bulletพยากรณ์การกุศล 100 ปี สมเด็จพระสังฆราช
bulletพยากรณ์การกุศล (1) สมเด็จพระเทพฯ
bulletพยากรณ์การกุศล (2) สมเด็จพระเทพฯ
dot
รับพยากรณ์ดวงขะตา
dot
bulletพยากรณ์ที่มูลนิธิฯ
bulletพยากรณ์นอกสถานที่
dot
บทความของอาจารย์ประจำมูลนิธิฯ
dot
bulletเรื่องที่ควรรู้ ดูเหมือนจะเข้าใจ
bulletถ้าจะเรียนโหรา ให้ฆ่าอ.ทั้ง ๔
dot
บทความหมอเถา(วัลย์)
dot
bulletหน้าพากย์
bulletเกณฑ์ชันษา
bulletดวงพระ
bulletดวงสองชั้น
bulletดาวแฝงแสง
bulletดวงชาวเกาะ
bulletดาวลอย
bulletตนุเศษ
bulletพระเคราะห์ถ่ายเรือน
bulletฤกษ์งาม-ยามดี
bulletลักคเนย์
bulletพินทุบาทว์
bulletดาวบุพกรรม
bulletบุษบามีคู่
bulletยามอัฎฐกาล
bulletกฎแห่งกรรม
bulletตั้งชื่อเด็ก
bulletยามกาลชะตา
bulletดาวคู่มิตร-คู่ธาตุ
bulletห้ามฤกษ์
bulletจับโจร
bulletบุพกรรมแห่งดาว
bulletเรียนโหราศาสตร์
bulletทักษาประสมเรือน
bulletจุดคราสในดวงชะตา
bulletทักษาสมเด็จ
bullet๓ ลัคนา
bulletอ่านดาว
dot
บทความทั่วไป
dot
bulletฮวงจุ้ยกับการเปลี่ยนแปลง
bulletความเป็นกลางกับศาสตร์โบราณของจีน
bulletจีนกับการเปลี่ยนแปลง
dot
อื่นๆ
dot
dot
แกลลอรี่ภาพกิจกรรมมูลนิธิฯ ต้องการดู Click ที่รูปด้านล่าง 1 ครั้ง
dot


งานเลี้ยงขอบคุณนักพยากรณ์
แจกประกาศนียบัตร นักพยากรณ์ งานพยากรณ์การกุศล
งานพยากรณ์การกุศล เฉลิมพระเกียรติ ๕ รอบ (2)
งานพยากรณ์การกุศล เฉลิมพระเกียรติ ๕ รอบ (1)
งานพยากรณ์การกุศล 100 ปี สมเด็จพระสังฆราช
ถวายพวงมาลา ตำหนักเพ็ชร
งานทำบุญขึ้นบ้านใหม่
ถวายพระพรสมเด็จพระสังฆราช
กระทรวงวัฒนธรรม
Work Shop การใช้โปรแกรม Uranus 2.6 และ 3.1
มหัศจรรย์ดวงอาทิตย์ตกตรง 15 ช่องประตู และจันทรุปราคาเต็มดวง  ปราสาทหินพนมรุ้ง บุรียรัมย์
เปิดพระบรมราชานุสาวรีย์​ ร.๔ หน้าวังสราญรมย์ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๗
วางมาลาวันคล้ายวันสวรรคต พระจอมเกล้าฯ ร.4


ห้ามฤกษ์

        ลมหนาวเดือนยี่ พัดโกรกทุ่งหนาวเย็นยะเยือกมาตั้งแต่เช้ามืดจนกระทั่งสายตะวันขึ้น นาแปลงใหญ่หลังวัดกลาง เป็นนาธรณีสงฆ์ซึ่งชาวบ้านร่วมแรงร่วมใจช่วยกันปักดำมาแต่ฤดูฝน บัดนี้ข้าวทั้งทุ่งตกรวบแก่รอการเก็บเกี่ยวเป็นสีทองไปทั่วท้องทุ่ง กลางนาโน้น ชาวนารวมกลุ่มกันนับสิบทั้งชายหญิงถือเคียวครบมือ หน้าตายิ้มแย้มไปทั่วทุกตัวคนหวังทำกุศลเกี่ยวข้าวัดเพื่อเป็นเสบียงสงฆ์ทั้งวัด ที่ยังหนุ่มสาวก็จับคู่เกี่ยวกันเป็นคู่ๆหยอกล้อเกี้ยวพาราศีหน้าระรื่น ที่อายุย่างเข้าปูนแม่ล้าแล้วแต่หัวใจยังครึกครื้นก็เอื้อนเพลงเกี่ยวข้าวแจ้วๆแข่งกับลมหนาว

หมอเถาและครูก้อน แม้จะไม่ถนัดเคียวเกี่ยวเก็บเพราะมิเคยเป็นลูกไร่ลูกนามาก่อน ก็อาศัยเรี่ยวแรงช่วยแบกหามเอากุศลเพราะเป็นงานของสงฆ์ ทั้งพ่อแม่เพลงที่กำลังร้องแก้กันถึงพริกถึงขิงก็สะดุดหยุดชะงักลงทันควัน ทั้งคู่ป้องหน้าดูไปต้นทางที่เป็นถนนตัดผ่านท้องทุ่งเข้าหมู่บ้าน พวกที่กำลังก้มหน้าก้มตาเกี่ยวข้าวก็พลอยวางมือแพ่งดูไปด้วยทุกคน ภาพที่เห็นลิบๆเมื่อใกล้เข้ามาเห็นถนัดตา เป็นรถยนต์เก๋งสีสวยคันใหญ่แล่นไล่หลังเด็กรุ่นมาตามถนนเดิน แล้วเด็กที่วิ่งอยู่นหน้ารถยนต์ก็คงก้มหน้าก้มตาวิ่งไม่คิดชีวิตคมุ่งเข้าไปสู่หมู่บ้าน พอผ่านหน้าคณะเกี่ยวข้าวที่รุมมองอย่างฉงนสนเท่ห์ หมอเถาเป็นคนตีปัญหาออกร้องบอกพวกด้วยเสียงดังลั่น “รถยนต์มันวิ่งไล่ทับ อ้ายแจ้งลูกตาแจ่มว่ะ” ต่างรับกันเป็นเสียงเดียวกัน “ใช่แล้ว” “ดูหน้าอ้ายแจ้งวี” เสียงสนับสนุนเห็นจริงเห็นจัง “เหงื่อกาฬแตกกลัวตายวิ่งหนีไม่คิดชีวิตทีเดียว” หมอเถาออกความคิดเปรย “อ้ายพวกหนุ่มๆใครข้อแข็งๆวิ่งไปบอกกำนันมาจับอ้ายรถเก๋งนี่ทีเถอะว๊ะ “พอกำนันมาถึง ก็ได้แต่เก็บศพอ้ายแจ้งไปวัดเท่านั้นเอง” หมอเถาเหลียวดูผู้พูดขัดคอ ก็ไม่มีใครรับชักฉุนๆ “ว๊ะ…จะช่วยอ้ายแจ้งมันยังไง งั้นวิ่งตามรถไปดีไม๊” “เออดี วิ่งไปคอยบอกอรหัง ตอนอ้ายแจ้งจะหมดลม” หมอเถาถูกขัดคอหันดูก็ไม่รู้ว่าใครพูดอีก เคืองสุดขีด “ใครใจดำยืนดูอ้ายแจ้งตายต่อหน้าต่อตาก็ตามใจ ข้าวิ่งไปคนเดียวก็ได้ว๊ะ” พอแกพูดจบก็พอดีรถที่ไล่อ้ายแจ้งผ่านหน้าไป แกก็ออกวิ่งขึ้นถนน แม้จะอ้วนอุ้ยอ้ายแต่ก็วิ่งตัวกลมใส่หลังรถยนต์ไป ครูก้อนตัดสินใจออวิ่งกวดตามเพื่อนไปติดๆพวกชาวบ้านก็พลอยออกวิ่งตามกันไปจนหมดเป็นขบวนยาวเหมือนงูกินหางตามติดๆรถยนต์ไป เจ้าแจ้งวิ่งอกตั้งเหงื่อท่วมตัวพอถึงทางแยกเข้าวัดก็เลี้ยว ดูทีท่าเหมือนจะหลบรถยนต์ที่กวดหลังมาติดๆ แต่รถยนต์ก็เลี้ยวตามติดไม่ลดละ ขบวนคณะเกี่ยวข้าวซึ่งนำหน้าด้วยหมอเถาก็เลี้ยวตามมาด้วย พอถึงกุฏิต้นมะยม เจ้าแจ้งก็หยุดวิ่งยืนหอบซี่โครงบาน รถยนต์เก๋งก็พลอยห้ามล้อหยุดตามด้วยกะทันหัน ข้างหมดเถาก้มหน้าวิ่งตามติดมาเต็มฝีเท้า ไม่มีเบรคเหมือนรถยนต์จึงหยุดไม่ได้ดังใจ จนครูก้อนมาถึงต้องอุ้มประคองลงยืนดิน คณะเกี่ยวข้าวตามมาถึงก็ล้อมรถไว้พูดอะไรไม่ออกเพราะเหนื่อยจนหายใจทางปากกันทุกคน ประตูท้ายรถเก๋งก็เปิดออก ผู้ก้าวลงมาเป็นหญิงสาวโสภา แต่งตัวทันสมัย และผู้ตามลงติดๆก็เป็นหญิงอายุกลางคนภูมิฐานเป็นคนมีฐานะมีอันจะกิน ทั้งสองสตรีมองหน้ากลุ่มชาวบ้านที่รายล้อมอยู่อย่างแปลกใจเพราะไม่รู้ความมุ่งหมาย จึงเดินเลยไปหาเจ้าแจ้งที่ยังยืนหายใจออกกระเพื่อมอยู่ “ขอบใจหนูเหลือเกิน โถคงเหนื่อยมาก” เจ้าเด็กแจ้งได้แต่พยักหน้าและแบมือ หญิงวัยกลางคนเปิดกระเป๋าถือหยิบธนบัตรใส่มือให้โดยไม่อิดเอื้อน หมอเถาพอหายจุกก็ปราดเข้าปัดมือเจ้าเด็กแจ้งจนแบ๊งค์แทบหลุดจากมือ “เฮ้อ อ้ายแจ้งอย่างเพิ่งรับเงิน เขาเอารถยนต์ไล่ทับเอ็งทั้งที อย่าคิดค่าเสียหายถูกๆ ไม่ได้มันต้องเป็นร้อยเป็นชั่งถึงค่อยยอมว่ะ” “อย่างยุ่งนะลุงหมอ” เจ้าแจ้งผลักมือหมอเถาออกไปห่างๆ “ฉันรับค่าจ้างตามที่ตกลงกันไว้ตะหาก” “อ้าว…” หมอเถามองหน้าเลิ่กลั่กไม่เข้าใจ “รับจ้างอะไรของเอ็ง รถยนต์มันวิ่งไล่กวดหลังเอ็งจี้ๆ ข้าถึงได้แห่วิ่งกันมาหวังว่าจะช่วยนึกว่าเอ็งตายแน่”

“ปัดโธ่เอ๊ย…ลุง” เจ้าแจ้งหัวร่อก้ากจนตัวงอ หญิงทั้งสองพลอยสำรวลไปด้วย “ฉันรับจ้างเขาจะพามาหาหลวงตาชื้นกุฏินี้แหละ เขาให้ยี่ซิบ”

“ก็แล้วเอ็งทำไม่ถึงต้องวิ่งนำหน้ารถมาให้มันเหนื่อย ก็นั่งรถเขามาก็ได้”

“อ๊ะ…ไม่ได้ซีลุงหมอ” เจ้าแจ้งอธิบายอย่างอวดฉลาด “เจาว่าจะได้ค่าเหนื่อยนี่ ถ้านั่งรถยนต์มามันไม่เหนื่อยเดี๋ยวเขาไม่จ่าย ฉันถึงต้องวิ่งนำหน้ารถมาให้มันเหนื่อยถึงจะได้เงิน”

“ถุย ไอ้แจ้ง” หมอเถาถุยน้ำลายเป็นฝอยรดหัวเจ้าแจ้งจริงๆและเสียงถุกอีกสิบถุยข้างหลังก็ดังพร้อมๆกัน

“เจ้าเด็กพิเรนเกือบพาผู้ใหญ่เสียคนไปตามๆกัน”

สองหญิงมาดผู้ดี ก็หันมาทางหมอเถายกมือไหว้พูดสีหน้ายิ้มแย้ม “ฉันมาจากกรุงเทพฯจะมาหาหลวงตาท่าน” หมอเถาพนมมือรับไหว้ ชักเงอะงะเพราะยืนใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอม ยิ่งทำให้หัวใจเต้นตูมตามไม่เป็นจังหวะ

“เชิญซีคะรับ เชิญหลวงตาไปพบคุณนาย เอิ๊บ !ไม่ใช่ผมขอเชิญคุณนายไปพบหลวงตา ผมจะนำไปเอง”

เจ้าเด็กแจ้งสะกิดพุงหมอเถาสัพยอก “โถ…ลุงหมอวิ่งมาเหนื่อยเสียจนสติไม่อยู่กะตัวเชียวน๊ะ” หมอเถาแสนอาย ที่ห้าแต้มจึงรีบรวบรัดนำหน้าขึ้นกุฏิหลวงตา ทำหูทวนลมกับเสียงหัวเราะที่ไล่หลังมา หลวงตาชื้นเพิ่งกลับจากลงโบสถ์ขึ้นกุฏิยังไม่ทันปลงจีวร ก็ต้อนรับขับสู้เป็นอันดี เมื่อรับประเคนดอกไม้ธูปเทียนแล้วท่านก็วิสาสะ “เชิญคุณนายตามสบาย กุฏิพระบ้านนอกสกปรกรุงรังสักหน่อยให้อภัยด้วย”

หญิงกลางคนก้มกราบอีกครั้ง “มาไกลทั้งทีได้พบหลวงตาก็เป็นกุศลที่สุดแล้วเจ้าค่ะ ดิฉันมาจากกรุงเทพฯใคร่จะมาเรียนขอความกรุณาหลวงตา”

“เออน่ะ อุตสาหะมาแต่ไกล อตมาเป็นพระแก่ๆมีแต่วิชาโหราศาสตร์ติดตัวถ้ามีประโยชน์สงเคราะห์คุณได้ก็ยินดี”

“คือว่าลูกสาวดิฉันจะแต่งงานจึงมากราบขอฤกษ์หลวงตา”

หมอเถาซึ่งนั่งกับครูก้อนก็พลอยออกความเห็น “โหรกรุงเทพฯเก่งๆก็มีมาก คุณนายไม่น่าจะต้องมาไกลถึงที่นี่เลย”

“ดิฉันไม่ใคร่รู้จักคุ้นเคยกับโหรท่านเลย ญาติผู้ใหญ่ที่อยู่เพชรบุรีท่านแนะนำมาและดิฉันก็ศรัทธามาก”

หลวงตาทราบเจตนาก็ค่อยๆหยิบกระดานโหรามาเข็ดทำความสะอาด มองหน้าหญิงสาว “คุณหนูบอกวันเดือนปีและเวลาเกิดดูทีหรือ”

คุณแม่กลับเป็นผู้ตอบแทนลูก “เกิดวันที่ 29 มกราคม พ.ศ.2495 วันอังคาร ขึ้น 3 ค่ำ เดือน 3 เวลา14.30 น. เจ้าค่ะ” หลวงตาเปิดปูมดูและเขียนตำแหน่งดาวลงวางลัคนาเสร็จก็จ้องดูนิ่งอยู่นานจนหมอเถาและครูก้อนสงสัยค่อยกระเถิบเข้าไปใกล้เพื่อจะได้เห็นบ้าง “เดี๋ยวนี้ เดือนมกราคม พ.ศ.2516 คุณหนูก็อายุย่างเข้า 22 แล้วซีน๊ะ คุณนายประมาณว่าจะแต่งกันเมื่อใด ช้าหรือเร็ว”

“ตั้งใจว่าจะหมั้นเดือนหน้า และต่อไปสักเดือนก็อยากจะแต่งกันเสียให้เสร็จเจ้าค่ะ หนุ่มสาวสมัยนี้หมั้นกันนานๆ มากไม่ใคร่ดี ไม่หนุ่มก็สาวมักเปลี่ยนใจพาให้ผู้ใหญ่เสียหน้ามานักต่อนัก”

หลวงตานิ่งตรองดูสีหน้าหนักอก หนักใจอึดอัดอยู่ หมอเถาแอบกระซิบถาม “เป็นไงครับ หลวงตา” หลวงตากลับหันไปตอบแขกสตรี “กำหนดฤกษ์ที่คุณนายต้องการนั้น จะให้ตามใจอาตมาหรือตามใจคุณนาย”

“สุดแต่พระเดชพระคุณจะเห็นสมควรซีเจ้าคะเพราะวันดีเดือนดี อิฉันไม่ทราบก็ต้องสุดแต่โหร”

“ถ้าตามใจโหร อาตมาขอตอบว่าในปีนี้ไม่มีฤกษ์แต่งงานของคุณหนูแหวนเพชร นอกจากขึ้นปีหน้าไปแล้วละก็พอจะมี” ทั้งคุณนายแม่ลูกตกตะลึงคาดไม่ถึงต่างมองดูนัยน์ตากันอยู่นาน “พระเดชพระคุณหลวงตาจะกรุณาหาวันดีกลางๆ ปีก็ยังได้เจ้าค่ะ ถ้าข้ามปีคู่บ่าวสาวเขาคงจะใจร้อนไม่ยอมฟัง”

“คุณนายฟังอาตมาให้ดี” หลวงตาปฏิเสธไปแล้วก็มีสีหน้าไม่สบายใจนัก “อันวันดีคืนดีนั้น มันมีอยู่ทุกเดือนตลอดไปน่ะแหละแต่มันจะเป็นวันดีของใครต่างหาก เช่นวันได้ฤกษ์แต่งงานของคู่นี้ แต่วันเดียวกันนี้แหละเป็นวันเลิกร้างของคู่ผัวตัวเมียคู่อื่นก็มาก วันเกิดของคนๆ นี้ก็เป็นวันตายของคนอื่น วันรวยของคนนี้แต่เป็นวันฉิบหายของคนอื่นมันเป็นเรื่องเฉพาะของใครของมัน มิใช่ว่าวันดีแล้วมันจะดีตลอดทุกคนก็หาไม่”

สีหน้าคุณลูกสาวบอกความไม่พอใจเต็มที่ “หนูเรียนคุณแม่แล้วว่าสมัยนี้ฤกษ์ผานาทีไม่สำคัญหรอกค่ะ” คุณแม่จุ๊ปากรีบปราม “อย่าพูดเช่นนั้นลูก จะกลายเป็นคนหัวดื้อ ลบหลู่ผู้หลักผู้ใหญ่ไป”

หลวงตายังคงยิ้ม “ช่างเถอะคุณนายหนูแหวนเพชรพูดตรงตามความรู้สึกของแกดีแล้ว ความเชื่อเหตุผลขตองเด็กหนุ่มสาวกับความเชื่อของผู้ใหญ่มักตรงกันข้ามเสมอ”

“ดิฉันขออภัย” เธอพนมมือไหว้ “ดิฉันมิได้เจตนาลบหลู่หลวงตาเลยเป็นความสัตย์ เป็นแต่คิดไม่แน่ใจและสงสัยเรื่องฤกษ์ตลอดมา”

“แม่หนูสงสัยเรื่องอะไร ถ้าอาตมารู้ก็จะตอบให้ทราบ ถ้าไม่รู้ก็จนใจ”

เธอพูดชัดถ้อยชัดคำว่า “ดิฉันไม่เชื่อว่าฤกษ์จะมีผลสมจริงดูเป็นการหลอกๆให้ปลาบปลื้มกันมากกว่า จริงอยู่ดิฉันเชื่อถือโหราศาสตร์ด้านการพยากรณ์ แต่ฤกษ์เป็นสิ่งไม่มีเหตุผล เพียงแต่วันดี เวลาดีวันเดียว จะเปลี่ยนแปลงพรหมลิขิตชีวิตมนุษย์ให้ดีตลอดไปอย่างไรเจ้าคะ เพื่อนๆ ดิฉันแต่งงานด้วยฤกษ์โหราจารย์ที่มีชื่อเสียงอยู่กันไม่ทันไรเลิกกันมาหลายคู่แล้วเจ้าค่ะ”

แทนที่หลวงตาจะขุ่นเคืองกลับหัวเราะชอบอกชอบใจ “คุณหนูสงสัยอย่างฉลาดคิดฉลาดพูด อาตมาชอบนิสัยอย่างนี้” ท่านขยับนั่งตัวตรงพูดช้าๆ “อันว่าฤกษ์แปลว่าโอกาส เมื่อฤกษ์ดีก็แปลว่าโอกาสอันดี การหาฤกฺษ์ของอาตมาจึงต้องดูดวงชะตาเขาเสียก่อนว่าในปีนั้นๆชีวติของเขาจะมีโอกาสในเรื่องนั้นๆหรือไม่ ถ้ามีแล้วจึงจะแสวงหาวันดี จริงอยู่ฤกษ์จึงเป็นโอกาสชั่วคราวอาจเป็นปีหนึ่งแต่การใช้ฤกษ์หรือโอกาสชั่วคราวนี้ จะเกิดผลเช่นว่าการแต่งงาน ถ้าดวงชะตาเขาได้ฤกษ์ได้โอกาสดีในเรื่องคู่ครอง เมื่อแต่งงานกันก็จะมีความรักความเข้าใจกันดีชั่วปีหนึ่งก็ดี เพราะเป็นพื้นฐานการครองชีวิตเริ่มต้น แม้ปลายมือจะขัดแย้งขัดใจ ก็ยังพอทำความเข้าใจกันได้ ไม่ถึงกับเลิกร้างกันได้ง่าย เพราะความรักยังเป็นเยื่อใยกันมาก่อน หรือเช่นฤกษ์การเปิดร้านค้าขายในฤกษ์โอกาสดี ก็จะพอมีกำไรเป็นการเริ่มประเดิม แม้นปีหลังจะขาดทุนหรือพบอุปสรรคก็ยังพอแก้ไขให้หนักเป็นเบาได้ ถ้าฤกษ์โอกาสร้ายเริ่มเปิดก็ขาดทุนแล้วจะเอาอะไรมาสู้ในเวลาต่อ ๆ ไป”

สีหน้าคุณหนูแหวนเพชรคลายบึ้งขึ้งเครียดลงไปทันที แสดงถึงความเข้าใจในเหตุผลที่หลวงตาวิสัชนามายืดยาว แต่สีหน้าระรื่นปิติยินดีมาก ก็คือหมอเถากับครูก้อนที่นึกนิยมชมชื่นในอาจารย์ของคนช่างยกเหตุผลมาอ้างอิงเห็นจริงอย่างไม่เคยได้ยินมาก่อน

คุณแม่ซึ่งฟังเหตุผลของหลวงตาเข้าใจได้ดีพอ ๆ กับคุณลูกสาว ก็เห็นว่าไม่มีทางท่าจะอ้อนวอนหลวงตา ให้ท่านให้ฤกษ์ได้สำเร็จ ด้วยไม่แน่ใจว่าลูกสาวจะยกเอาข้อสงสัยอะไรอื่น ๆ มาซักไซร้จนกลายเป็นการเสียมารยาทอย่างร้ายแรง จึงถือโอกาสลากลับ

“ดิฉันขอกราบลาเจ้าค่ะ เพราะตั้งใจจะไปเยี่ยมญาติที่หัวหินอีก และเรียนขออนุญาตที่จะมารบ กวนหลงตาอีกครั้งเจ้าค่ะ”

“เชิญคุณนาย ขอให้จำเริญ ๆ ทั้งคุณหนูด้วย มีกิจประสงค์เมื่อใดอาตมายินดีสงเคราะห์ทุกโอกาส เชิญเถอะ”

สองแม่ลูกก้มลงกราบลา ถอยลงจากกุฏิไป กระทั่งเสียงรถยนต์ติดเครื่องแล่นลับหายไปแล้ว หมอเถาและครูก้อนกระเถิบเข้าไปถึงกระดานโหรที่หลวงตาเขียนดวงลูกสาวคุณนายเอาไว้

หลวงตารู้ใจของลูกศิษย์ว่า อยากรู้อยากถาม จึงลากกระดานมาชี้ให้ดู

“หมอเถากะครูก้อน ลองดูดวงคุณผุ้หญิงคนนี้ดูทีหรือว่าพื้นดวงในเรื่องคู่ครองเขาเป็นอย่างไร”

หมอเถายังมัวนับเรือนไล่ดาวไล่ภพอยู่ไม่ทันครูก้อนเพียงมองปราดเดียวก็ตอบหลวงตาทันที

“ดวงเธอศุกร์เล็งลัคน์ เป็นพินทุบาทว์ในเรือนปัตนิ เรื่องคู่เห็นทีจะไม่ดีนักครับ” หลวงตาพยักหน้าถามศิษย์อีกคน “หมอเถาล่ะว่ายังไง”

หมอเถายังนี้กระดานจนรอยแป้งลบติดนิ้ว “เป็นพินทุบาทว์นั้นมันแน่ละ แต่ศุกร์เป็นมหาจักรมาจากภพวินาสน์และปุตตะก็คงจะหมายถึงว่าในระยะเริ่มแรกเท่านั้นไม่เข้าใจกัน เข้ากันไม่ได้คะรับ”

“เออหมอเถาทายถูกใจว่ะ” หลวงตาว่า “มันต้องดูเขาให้ถึงแก่นอีกว่า เมื่อเป็นเช่นนั้นนะ เขาจะแตกแยกเลิกร้างกันหรือไม่”

ทั้งหมอเถาและครูตอบเสียงเดียวกันว่า “ดูไม่ออกครับ”

หลวงตาหัวร่อชอบใจ “สองคนนี้ลืมกฎเกณฑ์เสียหมด ดูเจ้าเรือนที่ศุกร์มาครองซี เป็นพฤหัสซึ่งเป็นเกษตรอยู่เท่ากับว่าพื้นเรือนของเขาแข็งแรงมั่นคง ศุกร์ก็ทำลายไม่ได้ ทากทักษา เกิดวันอังคาร พฤหัสเป็นศรี ศุกร์มาเป็นพินทุบาทว์ในเรือนศรีก็ไม่ร้ายแรงนัก เขาพอประสานปรับเข้าหากันได้ ไม่เกิดผลร้ายแรงให้เสียหายหรอก”

“โอ้… จริงครับ” หมอเถามองตามเห็นจริง และอดถามข้อสงสัยที่เกิดขึ้นเมื่อครู่มิได้ “ผมไม่เห็นหลวงตาเปิดปูมดูวัน เดือนปีอะไร แต่หลวงตาบอกเขาว่าไม่มีฤกษ์ละครับ”

“บ๊ะ… ช่างทื่อจริง ๆ พูดเมื่อกี้ไม่ฟังให้ดี” หลวงตาโขกกระดานโหรดังโป๊ก “ดวงของเธอนี่แหละวะคือฤกษ์ที่แท้จริงละ ก็ดูทีหรือว่าดวงจรเขาทำมุมอยู่ในตำแหน่งแห่งที่อย่างใด”

ครูก้อนรีบตอบอีก “ราหูเล็งลัคน์อยู่เป็นพินทุบาทว์อีกแหละครับ”

หลวงตาหัวร่อก๊าก “บ๊ะ… เจ้าครูก้อนนี้มันช่างสังเกตแต่พินทุบาทว์เสียจริง ๆ “

หมอเถาเลี่ยงตอบอีกสถาน “พฤหัสเจ้าเรือนปัตนิกำลังจรเป็นนิจอยู่ในภพมรณะ”

“เออ…ใช่ทั้งสองคน” หลวงตาพูดน้ำเสียงจริงจัง “ดวงเดิมเขาเป็นพินทุบาทว์เท่ากับเรือนปัตนิมันมีรอยร้าวอยู่แล้ว ทางจรราหูเล็งเป็นพินทุบาทว์ซ้ำเท่ากับว่ากระเทือนตรงรอยร้าวมันจะแตกง่าย ๆ และอีกสถานหนึ่งเจ้าเรือนปัตนิตกภพมรณะเท่ากับเป็นการซ้ำสองให้แตกแยกจากกัน ได้แน่นอน เข้าทางทักษาอายุ 22 ตกพฤหัสเสาร์ก็คือกาฬกิณีมันร้ายอยู่มาก มันเป็นเช่นนี้แหละ อาตมาถึงบอกเขาว่าไม่มีฤกษ์ ขืนให้ฤกษ์แต่งไป มันจะเลิกกันเสียเป็นแท้ รอให้พ้นรอบอายุและพฤหัสกับราหูยกเสียก่อน จึงจะพอแต่งกันได้ดีมีสุข”

หมอเถายังไม่หมดข้อสงสัย ถามต่อไปอีกว่า “เมื่อหลวงตาเห็นว่าแต่งกันแล้วจะเกิดแตกแยก หลวงตาน่าจะบอกให้เจ้าตัวเขารู้ว่าเพราะเหตุนี้จึงไม่ให้ฤกษ์ไป”

“ว่ะ หมอเถาเจ้ามันคิดแค่สองสลึง ถ้าบอกเขาไปเขาจะเกิดอุปทาน ถ้าลูกสาวคิดดิ้นรนใจร้อนแต่งขึ้นมา มีเหตุอะไรเล็กน้อยก็จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ เพราะใจมันคอยนึกแต่คำทำนายที่บอกไป อาตมาจึงนิ่งเสีย”

เสียกลองเพลจากหอฉันดังตูม ๆ ทั้งหมอเถาและครูก้อย ก็เลยหยุดวักไซร้ไล่เลียง เพราะได้เวลาฉันเพลของหลวงตาแล้ว ทั้งเณรชั้วก็ยกสำรับมาตั้งเหมือนไล่อยู่ในทีจึงกราบลากลับ







Copyright © 2010 All Rights Reserved.
มูลนิธิสมาคมโหรแห่งประเทศไทยในพระสังฆราชูปถัมภ์ สถานที่ตั้ง เลขที่ 24 ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน แขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร
โทรศัพท์ 02-4243377 Email : horathaimail@yahoo.com


eXTReMe Tracker



www.horawej.com เวปนิตยสาร โหราเวสม์  เพื่อการศึกษาค้นคว้า โหราศาสตร์ และศาสตร์ต่าง ๆ รวมทั้งโปรแกรมผูกดวงต่าง ๆ มากมาย ทางเรายินดี เป็นศูนย์กลางของการเผยแพร่ ความรู้ทางศาสตร์ แห่งโหรศาสตร์ และอื่น ๆ ที่ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ผู้ใดหากท่านใดต้องการรับการพยากรณ์เชิญในห้องกระทู้ มีอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิคอย ตอนรับท่าน อยู่หลายท่าน เรียนเชิญครับ ด้วยความเคารพอย่างสูง webmaster horawej@horawej.com