ReadyPlanet.com
dot
bulletHome
dot
เกี่ยวกับมูลนิธิฯ
dot
bulletสมเด็จพระสังฆราช
bulletสารมูลนิธิสมาตมโหรฯ
bulletความเป็นมามูลนิธิฯ
bulletวัตถุประสงค์มูลนิธิฯ
bulletคณะกรรมการมูลนิธิฯ
bulletอาจารย์ผู้ทรงเกียรติ
bulletสถานที่ตั้งมูลนิธิฯ
dot
การเรียนการสอน
dot
bulletตารางการอบรม
bulletขั้นตอนการสมัคร
bulletห้องเรียนออนไลน์
bulletสถานที่ตั้งมูลนิธิฯ
dot
รายละเอียดหลักสูตร
dot
bulletดารา+โหราศาสตร์
bulletโหราศาสตร์สากลยูเรเนี่ยน
bulletโหราศาสตร์ไทย
bulletสุริยาตร์ศึกษา
bulletลายมือ(หัตถศาสตร์)
bulletกาลเวลาบนฝ่ามือ
bulletเลข 7 ตัว 9 ฐาน
dot
อาจารย์ผู้บรรยายที่มูลนิธิฯ
dot
bulletอ.อารี สวัสดี
bulletอ.วรพล ไม้สน
bulletอ.ลี ภัทรพงศ์มณี
bulletอ.สิวะพร เมธศาสตร์
bulletอ.กิตตินันท์ เจนาคม
bulletอ.ภารต ถิ่นคำ
dot
กิจกรรมมูลนิธิฯ
dot
bulletทำบุญขึ้นบ้านใหม่
bulletพยากรณ์การกุศล 100 ปี สมเด็จพระสังฆราช
bulletพยากรณ์การกุศล (1) สมเด็จพระเทพฯ
bulletพยากรณ์การกุศล (2) สมเด็จพระเทพฯ
dot
รับพยากรณ์ดวงขะตา
dot
bulletพยากรณ์ที่มูลนิธิฯ
bulletพยากรณ์นอกสถานที่
dot
บทความของอาจารย์ประจำมูลนิธิฯ
dot
bulletเรื่องที่ควรรู้ ดูเหมือนจะเข้าใจ
bulletถ้าจะเรียนโหรา ให้ฆ่าอ.ทั้ง ๔
dot
บทความหมอเถา(วัลย์)
dot
bulletหน้าพากย์
bulletเกณฑ์ชันษา
bulletดวงพระ
bulletดวงสองชั้น
bulletดาวแฝงแสง
bulletดวงชาวเกาะ
bulletดาวลอย
bulletตนุเศษ
bulletพระเคราะห์ถ่ายเรือน
bulletฤกษ์งาม-ยามดี
bulletลักคเนย์
bulletพินทุบาทว์
bulletดาวบุพกรรม
bulletบุษบามีคู่
bulletยามอัฎฐกาล
bulletกฎแห่งกรรม
bulletตั้งชื่อเด็ก
bulletยามกาลชะตา
bulletดาวคู่มิตร-คู่ธาตุ
bulletห้ามฤกษ์
bulletจับโจร
bulletบุพกรรมแห่งดาว
bulletเรียนโหราศาสตร์
bulletทักษาประสมเรือน
bulletจุดคราสในดวงชะตา
bulletทักษาสมเด็จ
bullet๓ ลัคนา
bulletอ่านดาว
dot
บทความทั่วไป
dot
bulletฮวงจุ้ยกับการเปลี่ยนแปลง
bulletความเป็นกลางกับศาสตร์โบราณของจีน
bulletจีนกับการเปลี่ยนแปลง
dot
อื่นๆ
dot
dot
แกลลอรี่ภาพกิจกรรมมูลนิธิฯ ต้องการดู Click ที่รูปด้านล่าง 1 ครั้ง
dot


งานเลี้ยงขอบคุณนักพยากรณ์
แจกประกาศนียบัตร นักพยากรณ์ งานพยากรณ์การกุศล
งานพยากรณ์การกุศล เฉลิมพระเกียรติ ๕ รอบ (2)
งานพยากรณ์การกุศล เฉลิมพระเกียรติ ๕ รอบ (1)
งานพยากรณ์การกุศล 100 ปี สมเด็จพระสังฆราช
ถวายพวงมาลา ตำหนักเพ็ชร
งานทำบุญขึ้นบ้านใหม่
ถวายพระพรสมเด็จพระสังฆราช
กระทรวงวัฒนธรรม
Work Shop การใช้โปรแกรม Uranus 2.6 และ 3.1
มหัศจรรย์ดวงอาทิตย์ตกตรง 15 ช่องประตู และจันทรุปราคาเต็มดวง  ปราสาทหินพนมรุ้ง บุรียรัมย์
เปิดพระบรมราชานุสาวรีย์​ ร.๔ หน้าวังสราญรมย์ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๗
วางมาลาวันคล้ายวันสวรรคต พระจอมเกล้าฯ ร.4


๓ ลัคนา

โดย หมอเถาวัลย์ (อาจารย์อรุณ ลำเพ็ญ)

        การอ่านดวงและอ่านดาวโดยทั่วๆไป แม้จะอ่านความหมายอย่างละเอียดถี่ถ้วยอย่างไร ก็ยังถือว่าขาดความสมบูรณ์แบบที่แท้จริง เพราะยังขาดจุดสำคัญอีกจุดหนึ่ง จุดนี้ถือได้เป็นจุดที่อาจารย์เก่าท่านปกปิดหวงแหนมาก เพราะถือว่าเป็นจุดไม้ตาย ซึ่งเป็นกลวิธีของโหรอย่างแท้จริง

        การอ่านดวงชะตามิใช่มุ่งอ่านจากลัคนาแต่เพียงจุดเดียวเท่านนั้นก็หามิได้ เพราะบางครั้งจะอ่านความหมายได้ไม่สมบูรณ์ หรือไม่ชัดแจ้ง จะต้องมีจุดสอบหรือจุดขัดเพื่อให้ได้ความหมายที่แท้จริง อาจารย์เก่าท่านว่าดูจากลัคนาจุดเดียว ท่านเรียกว่าดูดวง “ขาเดียว” ถ้าเปรียบกับคน การยืนขาเดียว ยืนเดินก็ไม่ถนัดเพราะหลักไม่มั่นคง ท่านว่าต้องดู “สองขา” คือดูสอบจากอีกจุดหนึ่ง

        จุดนั้นคือ “ตนุลัคน์” เพราะในดวงชะตาลัคนาคือชีวิตเจ้าชะตา และตนุลัคน์คือตัวเจ้าชะตา ดวงดาวที่ให้คุณให้โทษแก่ลัคนาหรือให้โทษให้คุณแก่ตนุลัคน์ก็มีผลเท่ากัน

        ดวงดาวที่ให้คุณแก่ลัคนา แต่เมื่อเป็นโทษแก่ตนุลัคน์ คุณประโยชน์นั้นก็เป็นโทษแก่ตนุลัคน์คือคนด้วย ตนุลัคน์มีความสำคัญแก่ดวงชะตาเท่าๆกับลัคนา อาจารย์โหรเก่าท่านชอบผูกปริศนาว่า “การดูดวงต้องดู ๓ ลัคนา” ศิษย์ส่วนมากมักตีความปริศนาไม่ออก ที่สติปัญญาดีพอเห็นเงาบ้าง ก็ไม่รู้วิธีใช้และวิธีอ่าน นอกจากอาจารย์ท่านจะสอนให้จึงจะรู้แจ้ง

       

ที่ท่านว่า ๓ ลัคนา นั้นคือ

. ตัวลัคนาเอง

. ตนุลัคน์

. ตนุเศษ

    ๑ . ลัคนา บอกพื้นฐานของชีวิตตามฐานะของดาวในดวงชะตาและเหตุการณ์ที่จะเกิดแก่ชีวิต อันเกิดจาก คุณโทษแห่งดวงดาวเดิมและจร

    ๒. ตนุลัคน์ คือลัคนาที่ ๒ ที่จะบอกความเป็นไปของชีวิต และรับคุณรับโทษที่จะเกิดจากดวงดาวขณะจรไปในท้องฟ้า

    ๓ . ตนุเศษ บอกจิตใจ สันดาน และความปรารถนาของตัวเจ้าชะตา ในบางครั้งจิตใจปรารถนาและแสวงหา จะสร้างพฤติกรรมให้แก่ชีวิต ถึงจะอธิบายให้ละเอียดถี่ถ้วนอย่างไรท่านก็อาจเข้าใจเพียงแต่ว่าลัคนาคือลัคนา ตนุลัคน์คือตนุลัคน์ และตนุเศษคือตนุเศษอย่างที่นักเรียนรู้โหราศาสตร์ส่วนมากเข้าใจ แต่ใช้ไม่ถูกเพราะไม่อาจเข้าถึงความวิจิตรพิศดารของ ๓ ลัคนาได้ เพราะมีความซับซ้อนซ่อนเงื่อนมีแง่มุมมากมาย      ความข้อนี้เปรียบได้ดังจะพรรณาถึงความเค็มของเกลือ ด้วยถ้อยคำหรืออักษรยืดยาวสักเท่าใด ก็ไม่อาจทำให้ผู้ฟังรู้รสเค็มของเกลือได้ เท่ากับลองชิมเกลือด้วยตนเอง ฉะนั้นการจะรู้ความหมายแห่ง ๓ ลัคนาได้ดี ก็คือการใช้อ่านดวงชะตาให้ท่านดูเป็นตัวอย่าง เพื่อท่านจะได้นำไปใช้เหมือนการชิมเกลือ

 

 

 

        การอ่านพื้นดวงชะตา จะต้องจับเอาเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่ประสงค์จะรู้ขึ้นมาทีละเรื่อง และเอาดาวเจ้าเรือนแห่งภพของเรื่องนั้นขึ้นมาเป็นหลักหรือเป็นตัวประธาน และอ่านดาวอื่นๆที่ทำมุมสัมพันธ์ ถึงเป็นความหมายเข้าประกอบ เรื่องให้สมบูรณ์มากขึ้น ดาวที่ทำมุมถึงโดยตรงย่อมให้น้ำหนักความหมายแรง ดาวที่สัมพันธ์ห่างๆย่อมส่งความหมายอ่อนแรงลงตามสภาวะที่ตนสัมพันธ์ถึง และคุณโทษก็ย่อมอ่อนแรงลงด้วย

        บางราศีอาจมีดาวหลายๆดวง ร่วมราศีเดียวกัน อย่าพึ่งเอาดาวเหล่านั้นรวมกันพยากรณ์ออกมาเพียงเรื่องเดียว เสมือนเอาดาวใส่ครกตำปนรวมกัน แล้วเอามาปั้นเป็นยาลูกกลอนเพียงก้อนเดียว

        บางท่านขาดความสนใจเจ้าเรือนแห่งภพ แต่จะไปจับดาวลอยที่เห็นในราศีในดวงชะตาเป็นเป้าพยากรณ์ไปตามกฎในตำราว่าไว้ ครั้นไปถึงราศีที่ว่างไม่มีดาวสถิต ก็ชักจะอึกอักติดขัด มักตะครุบโน่นตะครุบนี่ขึ้นมาเป็นคำพยากรณ์ โดยขาดหลักที่ยึดถือให้แน่นอนเป็นการพยากรณ์ในเชิงศิลป์ ซึ่งใช้ไหวพริบปฏิภาณ เปรียบเสมือนเปลือกหรือกะพี้ไม้ ซึ่งมิใช่ในเชิงศาสตร์ ที่ใช้หลักเกณฑ์ เปรียบเหมือนแก่นของไม้

        ขั้นแรก เราจะได้พิจารณาตามกฎเกณฑ์ทีละจุดทีละจุด ซึ่งเสมือนเป็นการแนะเป็นการฝึกในแนวทางการอ่านดวงอ่านดาวในดวงชะตา

บุคคลิกภาพของเจ้าชะตา

ลัคนา คือ ตัวตนของเจ้าชะตาเมื่อขณะเกิด ลัคนาสถิตราศีมกรนั้น และความเป็นไปแห่งราศีนั้น ย่อมขึ้นกับอำนาจของเกษตรเจ้าเรือนที่จะครอบงำเจ้าชะตาให้เป็นไป เกษตรเจ้าเรือนแห่งลัคนา ๑ คือ ตนุลัคน์ ฉะนั้นลัคนาสถิตราศีมกร ซึ่งเสาร์ ๗ เป็นเกษตรเจ้าเรือน ฉะนั้นเสาร์ ๗ คือตนุลัคน์ของเจ้าชะตา

การพิจารณาบุคลิกภาพของเจ้าชะตาย่อมพิจารณาถึงธรรมชาติ และบุคลิกภาพของเสาร์ ๗ เป็นสำคัญ คือ ดูทรหดบึกบึน มีท่วงท่าเคร่งขรึมระมัดระวังอิริยาบทเชื่องช้าเยือกเย็น ขาดความกระฉับกระเฉงคล่องแคล่ว มีลักษณะหนักแน่นอดทน แต่ลักษณะนี้เป็นลักษณะของเสาร์ ๗ บริสุทธิ์ คือขณะที่เสาร์ ๗ เป็นเกษตรในเรือนตน

เมื่อเสาร์ ๗ สถิตในราศีสิงห์อันเป็นเรือนเกษตรของอาทิตย์ ๑ ย่อมรับเอาธรรมชาติและ บุคลิกภาพของดาวเกษตรเจ้าเรือนราศีที่ตนสถิตเข้าร่วมกับธรรมชาติและบุคลิกภาพของตน เป็นบุคลิกที่ผสมผสานระหว่างเสาร์ ๗ และอาทิตย์ ๑ เจ้าเรือนราศีสิงห์

เสาร์ ๗ เคยมีทีท่าระมัดระวังและถ่อมตน จะมีลักษณะของอาทิตย์ ๑ คือองอาจ สง่าผ่าเผย ขึ้น ดูเหมือนจะไว้ตัวขึ้น เคยล่าช้าอืดอาดเพราะธรรมชาติของเสาร์ ๗ แต่เมื่อผสมธรรมชาติของอาทิตย์ ๑ ซึ่งคล่องแคล่ว ก็จะคลายความอืดอาดลง คล่องตัวขึ้นจากเดิม และมีแววของอาทิตย์ ๑ คือดูกล้าแข็งจริงจังมากขึ้น และเมื่อพิจารณาทางมุมสัมพันธ์ของดาวในลักษณะแฝงดาวเกษตร คือเมื่อเสาร์ ๗ สถิตเรือนอาทิตย์ขณะนั้นอาทิตย์๑ ไปสถิตราศีมิถุน โดยพุธ ๔ และมฤตยู 0 ร่วมราศีด้วยอาทิตย์ ๑ จึงอาศัยสื่อจากอาทิตย์ ๑ ลงมาสัมพันธ์ถึงเสาร์ ๗ ซึ่งสถิตในเรือนของอาทิตย์ ๑ ฉะนั้นบุคลิกภาพของเสาร์ ๗ จึงมีความหมายและธรรมชาติของพุธ ๔ และมฤตยู 0 แฝงมารวมอยู่ด้วย เพียงแต่ว่าไม่รุนแรงและเข้มข้นเหมือนอาทิตย์ ๑ ซึ่งเป็นเจ้าเรือนที่เสาร์ ๗ สถิตอยู่เพราะครอบงำเต็มที่ ถ้าจะเขียนเป็นรูปแบบ ก็จะเป็นดังนี้

เสาร์ ๗ + อาทิตย์ ๑…..พุธ ๔ และ มฤตยู 0

ธรรมชาติของพุธ ๔ คล่องตัวปรับสภาพได้เร็ว มีความกระตือรือร้น ตื่นตัวเสมอ ส่วนมฤตยู 0 ทำให้ดูลึกลับ

ฉะนั้น สรุปเสาร์ ๗ ตนุลัคน์ของเจ้าชะตาจะมีบุคลิกภาพ มีความองอาจและมีความกระตือรือร้นและคล่องตัว ทำการใดพินิจพิจารณาถี่ถ้วน มีการฝีมือเรียบร้อย อิริยาบทเคลื่อนไหวไม่อืดอาดล่าช้านัก และท่วงท่าสงบดูระมัดระวัง และดูลึกลับเข้าใจยากจากการดูลักษณะท่าที

อุปนิสัยและจิตใจ

ดาวซึ่งแสดงถึงอุปนิสัยและจิตใจ ในระบบโหราศาสตร์ไทยเรียก “ตนุเศษ” เป็นดาวที่ถูกกำหนดขึ้นในดวงชะตาโดยกฎเกณฑ์ซึ่งจะเขียนให้ละเอียดถี่ถ้วนในบทข้างหน้า แต่ที่แสดงไว้ในที่นี้เพื่อให้รู้ความหมายวิธีใช้พยากรณ์ โดย ๓ ลัคนา ดาวตนุเศษในดวงนี้ คือ ดาวพุธ ๔ ซึ่งสถิตในราศีมิถุนเป็นเกษตร และสังเกตเครื่องหมายของดาวที่เป็นตนุเศษในดวง ซึ่งทั่วๆไปจะกากะบาดกำกับไว้เหนือดาว นั้น

ดาวจิตใจที่เป็นดาวพุธ ๔ จะมีธรรมชาติของพุธ ๔ นั้นเอง เป็นนิสัยคือมีความคิดความเข้าใจเร็ว ชอบคิดหาเหตุผลแยกแยะสิ่งต่างๆได้ดี มีความคิดดัดแปลงพลิกแพลงได้เก่ง และมีวิธีการเป็นของตนเองเสมอ ชอบแสดงความคิดเห็นชอบวิจารณ์ ฉลาดในทางใช้คำพูดและสามารถปรับจิตใจเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ดีและเหมาะสมกับสถานะการณ์ได้เสมอ (พุธ ๔ เป็นเกษตร จึงมีจิตใจมั่งคงดี ถ้าพุธ ๔ ไม่เป็นเกษตรจะหวั่นไหว เปลี่ยนแปรได้โดยง่าย)

ชีวิตและวาสนาชองเจ้าชะตา

จุดที่จะดูถึงสภาวะชีวิตของเจ้าชะตา ก็คือจุดแห่งลัคนา และจุดที่ลัคนาจะเป็นไป ก็คือเจ้าเรือนแห่งลัคนา คือ ตนุลัคน์นั้นเอง หรือจะเข้าใจง่ายๆก็คือ ชีวิตเจ้าชะตาก็คือตนุลัคน์นั้นเอง

. ตนุลัคน์เจ้าชะตา คือ เสาร์ ๗ ครรลองเบื้องแรก คือ ความหมายของเสาร์ ๗ ต้องมานะบากบั่นพยายาม เพราะเสาร์ ๗ จะต้องเหนื่อยยาก

. ตามดูเสาร์ ๗ เข้มแข็ง อ่อนแอสถานใด เสาร์ ๗ สถิตราศีสิงห์มิได้มีตำแหน่งใด แต่เสาร์ ๗ ซึ่งมีธาตุไฟ สถิตในราศีสิงห์อันเป็นราศีธาตุไฟอันเป็นธาตุเดียวกับตนสถานหนึ่ง อีกสถานหนึ่งเสาร์ ๗ สถิตในราศีสิงห์อันเป็นเรือนเกษตรของอาทิตย์ ๑ ซึ่งเป็นดาวคู่ธาตุไฟด้วยกัน สถานะของดาวเสาร์ ๗ จึงเข้มแข็งเพราะอยู่ในราศีธาตุของตนและเรือนคู่ธาตุของตน

. ดาวเสาร์ ๗ ตนุลัคน์สถิตราศีสิงห์ ภพมรณะแห่งลัคนา หมายความว่า ตนุลัคน์-มรณะ คือ ตนเองจากไกล พ้นไปจากลัคนา คือพ้นไปจากถิ่นฐานที่เกิด หรือตนเองเสียหายผิดพลาด ตนเองป่วยไข้ ความหมายที่จะขยายหรือรับกับข้อความนี้ก็คือ ดาวจังหวะที่ ๒ คือ ตามดูอาทิย์๑ เจ้าเรือนที่เสาร์๗ สถิตไปอยู่ภพอริแห่งลัคนา เป็นการย้ำความหมายมรณะในช่วงแรกให้มีความหมายหนักแน่นในทางที่เป็นโทษยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นรูปภพว่า ตนุ-มรณะ—อริ คือ ตนเองมีชีวิตล้มเหลวหรือผิดพลาดเสียหายโดยมีอุปสรรค และความยุ่งยากเดือดร้อน ต้องต่อสู้ดิ้นรน

ง. เสาร์ ๗ สถิตเรือนอาทิตย์๑ และอาทิตย์ ๑ ไปสถิตราศีมิถุนร่วมราศีกับพุธ ๔ ซึ่งเป็นเกษตรแห่งภพอริ แห่งราศีมิถุนและพุธ ๔ ยังเป็นเกษตรเจ้าเรือนอีกราศี คือ ราศีกันย์ซึ่งเป็นภพศุภะของลัคนาด้วย ฉะนั้นพุธ ๔ ก็แฝงความหมายในความเป็น อริ-ศุภะ ผ่านสื่อจากอาทิตย์ ๑ ลงมาสู่ราศีสิงห์สัมพันธ์ถึงเสาร์ ๗ ตนุลัคน์ โดยแฝงดาวเกษตรอาทิตย์ ๑ เป็นความหมายว่า ในความมรณะเสียหาย ล้มเหลว ผิดพลาดโดยอริ-อุปสรรคและเดือนร้อนนั้น มีระยะยาวนาน (จากความเป็นเกษตรของพุธ ๔) และขณะเดียวกันพุธ ๔ เจ้าเรือนราศีกันย์ ก็จะให้ความช่วยเหลือ และที่พึ่งพาอาศัย คือในความลำบากเดือนร้อนนั้นยังมีผู้อุปการะช่วยเหลือพอพึ่งได้บ้าง ไม่สิ้นไร้ไม้ตอกเสียทีเดียว แต่ความเป็นศุภะของพุธ ๔ นั้น ส่งผลในภพอริเป็นความช่วยเหลือที่ไม่เต็มไม้เต็มมือ คือช่วยไม่เต็มที่ และดาวพุธ ๔ เกษตรสองเรือนนี้จะให้ผลทางภพอริหนักแน่นรุนแรงกว่าภพศุภะ เพราะพุธ ๔ เจ้าเรือนเป็นเกษตรเน้นทางภพอริอยู่เต็มตัว

ส่วนมฤตยู 0 ที่สถิตร่วมอาทิตย์ ๑ ก็จะแฝงอำนาจและความหมายมาตามอาทิตย์ ๑ เข้าสัมผัสกับเสาร์ ๗ ในเรือนอาทิตย์ ๑ เช่นกัน โดยที่มฤตยู 0 เป็นดาวที่เพิ่มแรงของความหมายในภพและดาวที่ตนร่วมด้วยให้มีผลตามความหมายของตน คือ ความเสียหายผิดพลาด เดือดร้อน ตามความหมายของเสาร์ ๗ และอาทิตย์ ๑ นั้น เป็นความผันแปรวิบัติที่นอกเหนือเหตุผลธรรมดา (มฤตยู 0 ลึกลับ พิสูจน์เหตุผลมิได้) พูดภาษาหมอดูเขาว่า เสียหายเดือนร้อนเหมือนผีเช่ง

        ท่านอาจสงสัยหรือมีปัญหาถามตัวเองขึ้นมาว่า ถ้าในลักษณะของดาว อริ-มรณะ เช่นนี้ คนๆนี้มิเอาตัวไม่รอดตลอดชีวิตหรือ จะทุกข์ยากเดือดร้อนไปตลอดชีวิตหรือ เพราะแง่มุมของดาวมิได้บอกถึง มุมดี เสียเลย….ยังก่อน การพิจารณานี้เป็นเพียงขั้นแรก

        ขั้นที่สอง พิจารณาในจุดของลัคนาที่ ๒ ว่าเหตุการณ์เช่นนั้นแน่หรือ ลัคนาที่ ๒ คือ ใช้ตนุลัคน์นั้นเองเป็นลัคนาขึ้นมาวัดมุมของดาวเสมือนเช่นเดียวกับลัคนาที่ ๑ เป็นการวางลัคนาซ้อนลงไปในดวงชะตาอีกลัคนาหนึ่ง เพียงแต่ว่า ลัคนา ๒ (ตนุลัคน์ ) ใช้เป็นจุดที่จะวัดสอบดาวที่ก่อเหตุ สร้างเหตุนั้นๆ สถิตเป็นภพที่เท่าใดกับตนุลัคน์โดยลืมลัคนาที่ ๑ เสียชั่วขณะ

ดังเช่นกรณีนี้ ชีวิตเจ้าชะตาในเบื้องแรกคือเสาร์ ๗ ก็จะเอาตนุลัคน์ดูเข้าหาเสาร์ ๗ ซึ่งที่แท้ก็คือตัวเองของตนุลัคน์นั้นเอง จึงอ่านว่า “ตนุ” และก็ใช้ระบบการอ่านดาว ๒ จังหวะเช่นเดียวกันกับลัคนาตัวจริง คือ เมื่อตนุลัคน์อ่านมาที่เสาร์๗ ตัวเองได้ความหมายตนุแล้ว ก็จะตามดูอาทิตย์ ๑ เจ้าเรือนเสาร์ ๗ สถิตไปอยู่ภพใดกับตนุลัคน์ อาทิตย์ ๑ ไปสถิตภพที่ ๑๑ จากตนุลัคน์ ก็คือหมายถึงเป็นตำแหน่งลาภะกับตนุลัคน์ ซึ่งความหมายของลาภะ หมายถึงความสำเร็จผล ความรุ่งเรือง

เมื่อความหมายทางลัคนาและทางตนุลัคน์ขัดแย้งกัน มุมหนึ่งดี มุมหนึ่งร้ายเช่นนี้ จะพยากรณ์ว่าอย่างไรดีหรือร้าย

ขอทำความเข้าใจในเรื่องของลัคนาและตนุลัคน์เพิ่มเติมเสียก่อน เพื่อความเข้าใจอันดีในการอ่านดวงชะตาต่อๆไป คือ

ลัคนา คือ เป็นตัวตน และ ชีวิตของเจ้าชะตาขณะเมื่อเกิด หรือนิยามความหมายก็คือพื้นฐานของชีวิต

ตนุลัคน์ คือ ตัวตนและชีวิตของเจ้าชะตาเช่นกัน แต่เป็นภาวะชีวิตในการดำเนินชีพต่อมา

ฉะนั้นในกรณีที่ดาวในช่วงแรกบอกถึงความหมายในทาง อริ-มรณะ นั้นจากมุมลัคนาย่อมเป็นเหตุให้เกิดขึ้นเป็นความผิดพลาดเสียหายเดือดร้อนลำบากลำบน แล้วในช่วงต่อมาหรือในวัยต่อมาจึงจะประสบความสำเร็จราบรื่นได้จากมุมของตนุลัคน์ คือชีวิตต้นร้ายปลายดี จะต้องทุกข์ยากลำบากมาเสียก่อน แล้วจะเอาดีได้ในภายหลัง คือ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดทั้งสองมุมทั้งทางลัคนาและทางตนุลัคน์ต่อเนื่องกัน

โปรดอย่าเอาความหมายดี-ร้าย คุณและโทษของดาวที่แสดงความหมาย มาบวกลบกัน แล้วเอาผลแต่เพียงสถานเดียวมิได้ เป็นการผิดธรรมชาติวิสัยของชีวิตมนุษย์ที่แท้จริงซึ่งมีทั้งสุขทั้งทุกข์ ทั้งดีทั้งชั่ว ทั้งผิดหวังและสมหวัง

ขั้นที่สาม พิจารณาถึงลัคนาที่ ๓ คือ “ตนุเศษ” คือ จิตใจ และความรู้สึกนึกคิดของเจ้าชะตา การใช้ตนุเศษพิจารณาดาวที่ก่อเหตุนี้ จริงอยู่เราอาจเรียกสมมุตว่าเป็นลัคนาที่ ๓ แต่ผลการพิจารณานี้มิได้มีผลเหมือนลัคนาหรือตนุลัคน์ ซึ่งทั้งสองลัคนาแรกนี้ พิจารณาในเหตุที่เป็นไปจะเกิดผลเช่นใด

แต่ดาวแห่งจิตใจนั้น พิจารณาเพียงแต่ผลทางความรู้สึกที่เขารับรู้ หรือสิ่งที่เขาปรารถนาเท่านั้น ไม่มีผลที่จะทำให้เหตุการณ์และผลดีร้ายจากทางลัคนาและตนุลัคน์มีความเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างอื่นไม่เพียงแต่บอกถึงภาวะความรับรู้ทางจิตใจ และความหวังตั้งใจและความรู้สึกของเจ้าชะตาเท่านั้น

กลวิธีการใช้ตนุเศษพิจารณาก็เป็นวิธีเดียวกับตนุลัคน์ คือ ตั้งจุดที่ตนุเศษและมองวัดเข้าหาตามที่ประสงค์จะดูในเรื่องนั้นโดยตามดาว ๒ จังหวะ อ่านความหมายจากตำแหน่งดาวที่ทำมุมกันตนุเศษเป็นความหมายในการพยากรณ์

ในขั้นแรก เราปรารถนาจะดูภาวะชีวิตของเจ้าชะตา ก็คือดูเสาร์ ๗ เป็นดาวหลักในขั้นแรกโดยดูจากพุธ ๔ ตัวตนุเศษ เข้าหาดาวเสาร์ ซึ่งสถิตเป็น ๓ แก่ตนุเศษ คือ เป็นสหัชชะกับตนุเศษ ความหมายของภพสหัชชะ คือการเปลี่ยนแปลง สังคม เพื่อน ชื่อเสียง สิ่งแวดล้อม

เอาความหมายสหัชชะทางตนุเศษพุธ ๔ กับเสาร์ ๗ ประกอบความหมายของเสาร์ ๗ ซึ่งสถิตเป็นมรณะกับลัคนา จะได้ สหัชชะ+มรณะ คือ ความหมายว่า ตนจาก(มรณะ) มาเพื่อหวังจะสร้างชีวิตที่มีเพื่อนสังคม และหวังชื่อเสียง คือปรารถนาที่จะใช้ชีวิตในโลกกว้างในสังคม และสิ่งแวดล้อมใหม่นั้นเอง

เมื่อตามดูอาทิตย์ ๑ เจ้าเรือนที่เสาร์ ๗ สถิต ไปเป็นจังหวะที่ ๒ อาทิตย์ ๑ สถิตในราศีมิถุนร่วมด้วยพุธ ๔ ตนุเศษ ๔ ซึ่งอ่านว่า “ตนุ” และการร่วมราศีกันระหว่างอาทิตย์ ๑ เจ้าเรือนมรณะที่เป็นเหตุจากเสาร์ ๗ ตนุลัคน์สถิตอยู่เป็นจังหวะแรกนั้นกับพุธ ๔ ตนุเศษในราศีมิถุน ซึ่งเป็นภพอริแห่งลัคนา

เป็นความหมายคือ การตนุลัคน์เสาร์ ๗ จากมาไกลมาเพื่อหวังความเปลี่ยนแปลงชีวิตแม้จะรู้ว่าตนจะลำบากและต้องต่อสู้ (อริ) มากเพียงใดก็ตาม จิตใจตนเองก็พร้อมจะรับความลำบากนั้นเสมอนั่นเอง







Copyright © 2010 All Rights Reserved.
มูลนิธิสมาคมโหรแห่งประเทศไทยในพระสังฆราชูปถัมภ์ สถานที่ตั้ง เลขที่ 24 ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน แขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร
โทรศัพท์ 02-4243377 Email : horathaimail@yahoo.com


eXTReMe Tracker



www.horawej.com เวปนิตยสาร โหราเวสม์  เพื่อการศึกษาค้นคว้า โหราศาสตร์ และศาสตร์ต่าง ๆ รวมทั้งโปรแกรมผูกดวงต่าง ๆ มากมาย ทางเรายินดี เป็นศูนย์กลางของการเผยแพร่ ความรู้ทางศาสตร์ แห่งโหรศาสตร์ และอื่น ๆ ที่ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ผู้ใดหากท่านใดต้องการรับการพยากรณ์เชิญในห้องกระทู้ มีอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิคอย ตอนรับท่าน อยู่หลายท่าน เรียนเชิญครับ ด้วยความเคารพอย่างสูง webmaster horawej@horawej.com