ReadyPlanet.com
dot
bulletHome
dot
เกี่ยวกับมูลนิธิฯ
dot
bulletสมเด็จพระสังฆราช
bulletสารมูลนิธิสมาตมโหรฯ
bulletความเป็นมามูลนิธิฯ
bulletวัตถุประสงค์มูลนิธิฯ
bulletคณะกรรมการมูลนิธิฯ
bulletอาจารย์ผู้ทรงเกียรติ
bulletสถานที่ตั้งมูลนิธิฯ
dot
การเรียนการสอน
dot
bulletตารางการอบรม
bulletขั้นตอนการสมัคร
bulletห้องเรียนออนไลน์
bulletสถานที่ตั้งมูลนิธิฯ
dot
รายละเอียดหลักสูตร
dot
bulletดารา+โหราศาสตร์
bulletโหราศาสตร์สากลยูเรเนี่ยน
bulletโหราศาสตร์ไทย
bulletสุริยาตร์ศึกษา
bulletลายมือ(หัตถศาสตร์)
bulletกาลเวลาบนฝ่ามือ
bulletเลข 7 ตัว 9 ฐาน
dot
อาจารย์ผู้บรรยายที่มูลนิธิฯ
dot
bulletอ.อารี สวัสดี
bulletอ.วรพล ไม้สน
bulletอ.ลี ภัทรพงศ์มณี
bulletอ.สิวะพร เมธศาสตร์
bulletอ.กิตตินันท์ เจนาคม
bulletอ.ภารต ถิ่นคำ
dot
กิจกรรมมูลนิธิฯ
dot
bulletทำบุญขึ้นบ้านใหม่
bulletพยากรณ์การกุศล 100 ปี สมเด็จพระสังฆราช
bulletพยากรณ์การกุศล (1) สมเด็จพระเทพฯ
bulletพยากรณ์การกุศล (2) สมเด็จพระเทพฯ
dot
รับพยากรณ์ดวงขะตา
dot
bulletพยากรณ์ที่มูลนิธิฯ
bulletพยากรณ์นอกสถานที่
dot
บทความของอาจารย์ประจำมูลนิธิฯ
dot
bulletเรื่องที่ควรรู้ ดูเหมือนจะเข้าใจ
bulletถ้าจะเรียนโหรา ให้ฆ่าอ.ทั้ง ๔
dot
บทความหมอเถา(วัลย์)
dot
bulletหน้าพากย์
bulletเกณฑ์ชันษา
bulletดวงพระ
bulletดวงสองชั้น
bulletดาวแฝงแสง
bulletดวงชาวเกาะ
bulletดาวลอย
bulletตนุเศษ
bulletพระเคราะห์ถ่ายเรือน
bulletฤกษ์งาม-ยามดี
bulletลักคเนย์
bulletพินทุบาทว์
bulletดาวบุพกรรม
bulletบุษบามีคู่
bulletยามอัฎฐกาล
bulletกฎแห่งกรรม
bulletตั้งชื่อเด็ก
bulletยามกาลชะตา
bulletดาวคู่มิตร-คู่ธาตุ
bulletห้ามฤกษ์
bulletจับโจร
bulletบุพกรรมแห่งดาว
bulletเรียนโหราศาสตร์
bulletทักษาประสมเรือน
bulletจุดคราสในดวงชะตา
bulletทักษาสมเด็จ
bullet๓ ลัคนา
bulletอ่านดาว
dot
บทความทั่วไป
dot
bulletฮวงจุ้ยกับการเปลี่ยนแปลง
bulletความเป็นกลางกับศาสตร์โบราณของจีน
bulletจีนกับการเปลี่ยนแปลง
dot
อื่นๆ
dot
dot
แกลลอรี่ภาพกิจกรรมมูลนิธิฯ ต้องการดู Click ที่รูปด้านล่าง 1 ครั้ง
dot


งานเลี้ยงขอบคุณนักพยากรณ์
แจกประกาศนียบัตร นักพยากรณ์ งานพยากรณ์การกุศล
งานพยากรณ์การกุศล เฉลิมพระเกียรติ ๕ รอบ (2)
งานพยากรณ์การกุศล เฉลิมพระเกียรติ ๕ รอบ (1)
งานพยากรณ์การกุศล 100 ปี สมเด็จพระสังฆราช
ถวายพวงมาลา ตำหนักเพ็ชร
งานทำบุญขึ้นบ้านใหม่
ถวายพระพรสมเด็จพระสังฆราช
กระทรวงวัฒนธรรม
Work Shop การใช้โปรแกรม Uranus 2.6 และ 3.1
มหัศจรรย์ดวงอาทิตย์ตกตรง 15 ช่องประตู และจันทรุปราคาเต็มดวง  ปราสาทหินพนมรุ้ง บุรียรัมย์
เปิดพระบรมราชานุสาวรีย์​ ร.๔ หน้าวังสราญรมย์ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๗
วางมาลาวันคล้ายวันสวรรคต พระจอมเกล้าฯ ร.4


บุพกรรมแห่งดาว

        เช้าวันนี้ เป็นวันที่หมอเถามีอารมณ์เบิกบานเป็นพิเศษเพราะเมื่อวานโชคดีได้ค่าบูชาครูเพราะรักษาไข้เขาหายเป็นเงินถึง 5 ชั่ง จึงตื่นแต่เช้า ตั้งแต่ร้านขายของในตลาดยังเปิดไม่ทั่ว จับจ่ายซื้อข้าวของหอบพะรุงพะรังเต็มสองแขน ผ่านร้านกาแฟเจ้าโกคู่อริเก่าที่เคยทะเลาะกันไว้ หมอเถาเดินเชิดหน้าไม่พยายามมองเข้าไปในร้าน เพราะกลัวจะต้องเจอนัยน์ตาเจ้าโก แต่ยังไม่ทันพ้นหน้าร้านก็ถูกเรียกชื่อจนสะดุ้งสุดตัว

“หมอเถา แวะก่อนซีรีบจ้ำไปไหนแต่เช้า”

หมอเถาเหลียวดูเจ้าของเสียงทัก ซึ่งนั่งกินกาแฟอยู่โต๊ะสุดร้านมิใช่ใครอื่นคึรูก้อนนั่นเองนั่งกินกาแฟอยู่กับคนแลกหน้าคนหนึ่ง หมอเถายืนแก้กังไม่กล้าเหยียบย่างเข้าไปในร้าน

“เข้ามากินกาแฟก่อนเถอะ หอบสมบัติจะไปให้ใครกัน”

“ไม่หรอกครู” หมอเถาส่ายหน้าปฏิเสธเพราะเหลือบตาพบตาเจ้าโกยืนอยู่กลางร้านมองหมอเถาอยุ่เช่นกัน “จะรีบไปหาหลวงตา”

”เถอะน่ะ แวะเข้ามาก่อนเดี๋ยวไปด้วยกัน” ครูว่า

พอขยับปากจะตอบก็ใจหายวูบ เพราะเห็นเจ้าโกเดินแร่เข้ามาหาชักระแวงตามนิสัยนักเลงเก่าว่าเจ้าโกอาจเข้ามาร้าย จึงจัดแจงก้มลงวางข้าวของลงกับพื้น เตรียมตัวตั่งท่ารับทันที เจ้าโกถึงตัวหมอก็ถอยหลังตั้งหลักตัวเกร็ง เจ้าโกเดาท่าทางหมอเถาออกก็หัวร่อขบขัน “ไม่ต้องตั้งท่ามวยว๊ะ หมอเถา เรามาดีกันเถอะ อั๊วไม่โกรธลื้อแล้ว”

“เออดีก็ดีกัน” หมอเถาพยักหน้าแต่มือยังตั้งท่ามวย

“เข้ามากินกาแฟก่อน วันนี้กินฟรีว่ะ เลี้ยงลื้อ” เจ้าโกเข้าจับมือจูงเข้าร้าน “เขาลือว่าหมอเถาดูหมอแม่นๆว่างๆช่วยดูลูกชายอั๊วที”

หมอเถาเดินตามมือ แต่ยังไม่วางใจ เสถามเรื่องเปื่อย “ทำไมล่ะเห็นส่งไปเล่าเรียนกรุงเทพฯ”

เจ้าโกหันไปบอกลูกจ้าใงให้เก็บของหมอเถาเข้ามาวางไว้บนโต๊ะแล้วหันมาตอบ “อยู่กรุงเทพฯใหม่ๆมันก็เป็นนักเรียน อยู่ไปก็เป็นนักเลง เดี๋ยวนี้มันงอกหางสีแดงซ๊ะด้วย”

หมอเถานั่งลงที่โต๊ะครูก้อนและก็ถูกครูก้อนแนะนำให้รู้จักกับชายแปลกหน้า

“ครูสมศักดิ์ย้ายจากกรุงเทพฯมาเป็นครู ร.ร.ประจำจังหวัดเรา ครูสมศักดิ์นี้เป็นนักโหราศาสตร์ชื่อดังในกรุงเทพฯคนหนึ่งทีเดียว”

ลูกจ้างเจ้าโกชงกาแฟโอวยั้วะมาส่งหมอเถารับไว้ก็เลยพนมมือไหว้ครูสมศักดิ์คั้งๆถือถ้วยกาแฟ ครูก้อนจึงอธิบายต่อไปอีก “ครูสมศักดิ์ได้ยินกิติศัพท์หลวงตาของเรา จึงนัดว่าเช้านี้จะพาไปกราบหลวงตา”

ก็เหมาะ” หมอเถาว่า “ผมกำลังจะไปถวายของหลวงตาอยู่เหมือนกัน ดีจะได้ไปพร้อมๆหันจะไปหรือยังล่ะ ตกสายไปแขกจะมากวนจนไม่ได้คุยกับหลวงตา” ครูก้อนเห็นด้วยจัดแจงชำระค่ากาแฟ หมอเถาก้มหน้าก้มตาดื่มกาแฟรวดเดียวหมดถ้วย พอเงยหน้าลูกจ้างเจ้าโกก็วางน้ำชากลั้วคอให้

“เอ็งจะเอามาให้ข้าอาบเร๊อะว๊ะอ้ายตี๋” หมอเถาสัพยอก เพราะเจ้าตี๋มันส่งให้ทั้งพวงถึง 6 แก้ว

ลูกจ้างเจ้าโกตอบหน้าตาย “2 แก้วของครู 4 แก้วของหมอเถา เถ้าแก่บอกว่าหมอเถากินกาแฟ 1 ถ้วย ต้องกินน้ำชา 4 ถ้วย”

หมอเถารู้ตัวว่าถูกลำเลิกเหลียวดูเจ้าโกเห็นหน้ายิ้มพรายหยอกล้อ ฉิวก็ฉิวแต่อดขันสันดานขี้เล่นของเจ้าโกไม่ได้ จึงมิได้ถือสาหาความรวบรวมเข้าของหอบเต็มแขนเดินตามครูก้อนออกนอกร้านไป

หลวงตาชื้นฉันเช้าแล้ว ก็มานอนเอกเขนกอยู่ระเบียบเช่นเคย ดื่มน้ำชายังไม่ทันหมดถ้วย ประตูหน้าบันไดก็เปิดเข้ามา หมอเถาเดินหอบของนำหน้าและตามหลังด้วยครูก้อนและครูสมศักดิ์อาคันตุกะ

คณะที่ตามหลังหมอเถาลงนั่งพับเพียบเรียบร้อยกราบคารวะหลวงตาผู้อาวุโส หมอเถาหยิบถาดข้างระเบียงใส่ของที่หอบหิ้วมาและคลานเข้าไปใกล้ประเคนถวายหลวงตา

หลวงตารับประเคนแปลกใจที่เข้าของมากมายทั้งใบชาและผลไม้สารพัด ราคาหลายอัฐรศ ทั้งๆที่รู้ๆกันอยู่ว่าฐานะของหมอเถาอัตคัตขัดสนไม่อำนวย

“ไปถูกหวยรวยโปอะไรมาหรือ หมอเถา”

“เปล่าคะรับ” หมอเถาพนมมือไหว้ยังค้างอยู่ “ผมได้ค่ายกขันข้าวรักษาไข้ ก็รำลึกถึงครูบาอาจารย์คะรับ”

“เออ ขอให้จำเริญๆเถอะหมอเถา” หลวงตาปิติในน้ำใจศิษย์และให้พร เมื่อหลวงตาหันมามองคนแปลกหน้าครูก้อนก็ถือโอกาสแนะนำตัว

“ครูสมศักดิ์ ขอรับหลวงตาย้ายมาเป็นครูใหม่จากกรุงเทพฯเป็นนักโหราศาตร์จึงขอมากราบคารวะหลวงตา”

หลวงตาก้มศีรษะรับไหว้ “อ้อ…ขอบใจ ครูสมศักดิ์”

“ได้ข่าวจากคนในจังหวัดนี้ว่าหลวงตาพยากรณ์แม่นยำเป็นที่เล่าลือกันอยู่” ครูสมศักดิ์ถือวิสาสะ

“ไม่ถึงกระนั้นดอก ครู คำเล่าลือไม่ว่าเรื่องอะไร มันมักเกินความจริงไปเสมอทุกเรื่อง หลวงตาถ่อมตัวตามวิสัย “อาตมาก็พยากรณ์ไปตามพื้นๆ ธรรมดา ถ้าจะถูกต้องแม่นยำก็เราะกุศลจิตของอาตมาที่หวังเกื้อกูลช่วยทุกข์เขา”

ครูสมศักดิ์สีหน้าฉงน “ผมเป็นฆราวาสไม่เข้าใจเรื่องจิตรู้แต่ว่าการจะใช้วิชาโหราศาสตร์ได้แม่นยำต้องเรียนมากรู้มาก”

หลวงตายิ้มมีนัยอยู่ในสีหน้าตามวิสัยผู้แก่โลกกว่า ท่านพูดอรรถาธิบายเหมือนกำลังอยู่บนธรรมมาสเทศน์

“อันวิชาโหราศาสตร์นั้นเป็นวิชาที่ต้องการ “ผล” คือการพยากรณ์ให้ได้ผล การเรียนมากรู้มากสรรพคัมภีร์แต่เพียงอย่างเดียวก็จะได้แต่เพียงเหตุยังไม่ถึงผล อาตมาเคยรู้จักหลายท่านรอบรู้คัมภีร์โหราศาสตร์มากมาย เอ่ยอ้างอะไรจะพูดได้คล่องปากคล่องใจไม่ผิดพลาด แต่เมื่อถึงเวลาพยากรณ์มักลังเลไม่แน่ใจเพราะกฎเกณฑ์แต่ละคัมภีร์ขัดกันเองตัดสินไม่ถูก นักโหราศาสตร์ประเภทนี้มักได้ดีทางเขียนหนังสือตำหรับตำราสอนแนะผู้อื่น

หลวงตาอธิบายยาวจนต้องหยุดพักหายใจ ดื่มน้ำชาอึกใหญ่แล้วจึงพูดต่อ

“อีกประเภทหนึ่ง มักเรียนรู้เฉพาะกฎเกณฑ์ที่ใช้ในการพยากรณ์จริง ๆ เป็นบางกฎ แต่ใช้ได้ช่ำชองคล่องแคล่วเพราะพยากรณ์มามากต่อมากจนรู้ว่าที่ใดผิดที่ใดถูก พวกนี้ส่วนมากเป็นหมอดูมีชื่อเสียงโด่งดัง ถ้าจะไปถามเรื่องคัมภีร์โน้นคัมภีร์นี้ เขาจะไม่กระดิกหูเอาเลยเขาจะเล่นของเขาทางเดียวตลอดชีวิต พวกนี้ก็เอาแต่ผลไม่แสวงหาเหตุอันเป็นที่มา จึงกลายเป็นความสามารถเฉพาะตนไปใครจะเรียนรู้ต่อได้ยาก แต่ถ้าเราเอาคนสองประเภทนี้มาหล่อหลอมรวมกันเป็นคนๆเดียวกัน เราจะได้โหรผู้แตกฉานรอบรู้และสามารถ อันจะเป็นประโยชน์ เต็มที่”

ครูสมศักดิ์นิ่งฟังไฟคิดไฟ เกิดความสำนึกในดวงจิตว่าเมื่อแรกมาคิดว่าจะพบหลวงตาแก่ๆ ซึ่งเป็นพระหมอดูบ้านนอกครึๆ ที่ทายได้แม่นยำ แต่กลายเป็นหลวงตาซึ่งมีความรู้ความคิดข้ามหัวคนอย่างนึกไม่ถึง

ข้างหมอเถาและครูก้อนนั้นคิดในอกตรงกันคือ ภูมิใจในอาจารย์ของตนที่ไม่ว่าจะฉลาดรอบรู้มาแต่ไหน หลวงตามักมีของดีอวดเขาได้เสมอ

ครูสมศักดิ์ชักสนใจความคิดของหลวงตาจึงย้อนถามเรื่องเก่าอีก “ที่หลวงตายังพูดค้างไว้ เรื่องกุศลจิตนั้นผมยังไม่เข้าใจว่าเกี่ยวข้องกับการพยากรณ์อย่างไรขอรับ”

หลวงตายิ้มอารมณ์ดีตามวิสัยภิกษุชราผู้ใจดี “ได้ซิ อาตมาจะอธิบายให้ฟัง แต่ขอออกตัวเสียก่อนว่า อาตมาเป็นสงฆ์คิดอะไรก็คิดอย่างสงฆ์ เอาแต่ธรรมะเข้าเกี่ยวข้องร่ำไป อย่าหาว่าครึเลยอาตมาเชื่อของอาตมาเอาเองว่า ถ้าดวงจิตไม่ตกอยู่ใต้ “โลภะ โมหะ โทสะ” คือ ว่าไม่มีจิตโลภในลาภสการะ เมื่อเห็นเขาเป็นเศรษฐีมีทรัพย์ไม่พยากรณ์ยกยอแต่คุณประการเดียว ซึ่งจะพยากรณ์ผิดได้ ไม่โมหะหลงผิดในสภาวะของบุคคลที่มียศมีเกียรติ และเรื่องที่เขาเล่าแต่สิ่งดีงามย่อมเกิดความหลงผิดได้ ไม่โทสะไม่มีจิตรัก เกลียด โกรธ อันอาจเกิดความผิดพลาดได้ เมื่อจิตไม่ตกอยู่ในอารมณ์อกุศลจิตทั้งสามประการนี้ ย่อมมีจิตอุเบกขาสงบเป็นสมาธิ เมื่อเกิดสมาธิก็เกิดปัญญา อ่านเดือนอ่านดาวไปตามสภาพที่แท้จริง ย่อมมีส่วนจะถูกต้องแม่นยำได้”

ครูสมศักดิ์ก้มลงกราบอย่างเต็มใจเคารพ รู้แน่ชัดว่าตนได้พบผู้แตกฉานในโหราศาสตร์ทุกแง่ทุกมุมเข้าแล้ว

การสนทนาของหลวงตาและครูสมศักดิ์ก็ชะงักอยู่เพียงนั้น เพราะเสียงประตูหน้ากุฏิแย้มเปิดออกและแขกผู้มาเยือนก็ล่วงเข้ามาเป็นหญิงกลางคนหน้าตาสะอาดสะอ้านน้อมตัวพนมมือไหว้หลวงตามาแต่ไกล

หมอเถาและครูก้อนเขยิบหลีกให้เธอกราบและประเคนดอกไม้ธูปเทียนแก่หลวงตา

“ดิฉันจะมากราบเท้ารบกวนหลวงตาหลายครั้งแล้ว แต่ยังเกรงๆเพราะไม่เคยมา แต่ใครๆเขาว่าหลวงตาใจดีเมตตาคนยากจึงบากหน้ามาครั้งนี้ ดิฉันชื่อจำรัสเจ้าค่ะ”

หลวงตาพยักยิ้มๆ “เออถวายลูกยอฉันแต่เช้าทีเดียว ขอบใจมีอะไรก็ว่ามาเถอะ ไม่ต้องเกรงใจ”

เธอว่า “ดิฉันอยู่ท้ายตลาดนี่เองเจ้าค่ะ สามีดิฉันรบจ้างขับรถบรรทุกสินค้าไปหัวเมืองได้มาก็ไม่พอใช้พอกินเพราะลูกๆหลายคนมันช่างยากจนเข็ญใจจริงๆเจ้าค่ะ อยากจะดูดวงชะตาว่าเมื่อไรจะลืมตาอ้าปากกับเขาได้มั่งเจ้าค่ะ”

หลวงตาชื้นครางฮือในลำคอเหลียวมองสบตาครูสมศักดิ์ “ครูพอพยากรณ์ได้อยู่มิใช่หรือ”

“ขอรับ เมื่ออยู่กรุงเทพฯ พยากรณ์อยู่เสมอ ในหมู่คนคุ้นเคยกัน”

“ครูสมศักดิ์ ช่วยสงเคราะห์เธอสักหน่อยเถอะ แทนอาตมาสักหน วันนี้มันช่างคร้าน ๆ เพราะเพิ่งจะฉันเสร็จ” หลวงตาชื้นพูดแล้วก็หยิบปูมโหรและกระดานยื่นมาตรงหน้า

ครูสมศักดิ์ถามวันเดือนปีและเวลาเกิดเสร็จ ก็ผูกดวงวางลัคน์คล่องแคล่วเช่นคนเล่นมานานปี

หมอเถาและครูก้อนพยายามสงบนิ่งเพราะรักษามารยาทกับคนมาใหม่ได้แต่จ้องดูดวงในกระดาน นิ่งนึกพยากรณ์อยู่ในใจเงียบๆ ครูสมศักดิ์ตรวจดูดาวจรที่ครองเรือนอยู่รอบดวง และหันมาหาหลวงตาพนมมือ “ผมขอพยากรณ์ตามที่ผมถนัด ผิดถูกผมขออภัย”

หลวงตาพยักหน้าอนุญาต “เชิญตามสบายครู”

ครูสมศักดิ์อ่านดาวเหมือนปรารภกับหลวงตา และครูก้อนทั้งหมอเถา

“รูปนี้ดวงดาวใหญ่เพียง 2 ดวงก็พอจะตอบได้ คือ พฤหัสจรซึ่งเป็นศุภเคราะห์ที่ให้คุณให้ความเจริญรุ่งเรืองกำลังเข้าราศีธนูเรือนตัวเองเป็นเกษตรให้คุณเต็มที่เพราะทับลัคน์ และเป็นเรือนลัคน์ก็น่าจะทายว่าตนเองจะรุ่งเรืองมีความสุขแน่นอน แม้ราหูอันดาวบาปเคราะห์จะเข้าร่วมับลัคน์ก็ไม่เป็นไรเพราะเป็นเรือนพฤหัสซึ่งเจ้าเรือนเขากำลังเป็นเกษตร พฤหัสย่อมคุ้มครองส่งผลได้เต็มที่และอีกสถานหนึ่งคือทุกข์โทษคือเสาร์ก็ไปตกอริเสียแล้ว หมดกำลังที่จะส่งทุกข์โทษได้ถึงลัคนา ความทุกข์ทั้งหลายก็หมดสิ้นไป ดาวศุก์เจ้าเรือนลาภะมาเป็นเกษตรซ้ำช่วยอีกจะเกิดลาภผลอุดมสมบูรณ์แท้ๆ”

ครูสมศักดิ์เว้นระยะหยุดมองดูหน้าหมอเถาและครูก้อนเพื่อจะฟังว่ามีความเห็นย่างไรเมื่อเห็นนิ่งก็พยากรณ์ต่อไปอีก “ดวงของเธอเหมือนพระจันทร์ข้างขึ้นมีแต่จะสว่างๆ ขึ้นๆ จนเป็นพระจันทร์เต็มดวงมีแต่จะมีความสุข ทำอกทำใจให้สบายเถอะอย่างนี้นอนคอยความสุขได้แน่”

ครูก้อนนิ่งติดเอยู่ข้างถือวิสาสะกระซิบถามเบาๆ “ครูสมศักดิ์เล่นทักษาหรือเปล่า”

ครูสมศักดิ์นิ่งอยู่อึดใจ ก็ชี้พฤหัสและราหูในดวงอีก “อายุย่าง 33 ตกปูมพุธพฤหัสเป็นเดช ราหูเป็นศรี ทับลัคนาทั้งคู่ถ้าไม่ดีก็ไม่รู้จะดูว่าอย่างไรแล้ว”

แม่จำรัศมีสีหน้าปิติจนเห็นได้ชัดแต่ไม่รู้จักครูสมศักดิ์จึงมองหน้าหลวงตา “อิฉันจะสบายจริงๆหรือเจ้าค่ะ”

หลวงตาซึ่งนั่งครึ่งนอนเอกเขนกมองดูดวงอยู่ก็พลอยหยักหน้าไปด้วย “ครูสมศักดิ์เขาพยากรณ์สมควรแล้ว ถูกต้องตามตำหรับตำราทีเดียว อ้ายเรื่องรวยน่ะคงรวยละ แต่จะสบายหรือเปล่านั้นมันอยู่ที่ใจอ้ายที่รวยแล้วใจมันไม่สุขสบายก็ถมไป”

หมอเถาสงสัยเพราะหลวงตาพูดเป็นนัยๆอย่างไรพิกลก็ซักบ้าง “ทำไมหรือคะรับ หลวงตา หรือว่าเพราะราหูที่มาเป็นศรีทับลัคน์นี้เดิมมันเป็นกาฬกิณีมาก่อน”

“ก็ไม่เชิงอย่างนั้นหรอก อาตมาพูดอย่างพระเตือนไว้มิให้ประมาทเตือนลูกเตือนผัวไว้ ทำมาหากินระมัดระวังตัวให้ดีผัวเราเป็นคนทำมาหากินหาเงินเลี้ยง เขาคือตัวลาภของเรานั่นแหละ”

ครูสมศักดิ์ยิ้มแย้มปลื้มอกปลื้มใจที่หลวงตาคล้อยตาม ดูนาฬิกาข้อมือดูเวลา “สายแล้วได้เวลาเข้าสอนผมต้องขอลาหลวงตาก่อนมีโอกาสจะมากราบหลวงตาอีก”

พอครูถอยหลังออกมา แม่จำรัสซึ่งมีทุกข์อยู่ข้อเดียวเรื่องยากจนจก็กราบลาเกรงๆใจไม่กล้าซักไซ้รอีก พอแขกทั้งสองคนลับประตูกุฏิลงไปแล้ว คงเหลืออยู่แต่ศิษย์กับอาจารย์ลำพัง หมอเถาก็ตั้งคำถามเพราะยังติดใจสงสัยอยู่ “ครูสมศักดิ์เขาพยากรณ์ถูกต้องดีอยู่หรือขอรับ”

ครูก้อนก็เลยผสมโรง “ผมเห็นเขาเอาพฤหัสเป็นเกษตรทับลัคนาตัวเดียวทายมันดูหมิ่นเหม่อย่างไรชอบกล”

“อย่าตำหนิเขาเลย” หลวงตาว่า “เขาถนัดมาอย่างนั้นก็ย่อมจะเล่นไปตามพื้นของเขา มันก็มีส่วนถูกอยู่บ้างแม้จะไม่ถูกแท้ทีเดียวอาตมานั้นมองไปทางหนึ่ง”

“ทางไหน ขอรับหลวงตา” ทั้งครูก้อนและหมอเถารีบซักทันควัน

“ทั้งสองคนดูให้ดี” หลวงตาชี้กระดาน “พฤหัสจนที่จะมาเป็นตัวให้คุณนั้นมาจากไหน เดิมพฤหัสเป็นอริอยู่เมื่อมาเป็นลาภเป็นผลก็ย่อมจะพาความเป็นอริมาด้วย เขาเรียกบุพพกรรมของดาวคือเป็นกรรมเก่าของดาวที่เป็นอยู่ในดวง”

“ผมไม่เข้าใจว่าพฤหัสเป็นเกษตรทับลัคน์ทำไมจะต้องรวยได้เงินจะดีอย่างอื่นไม่ได้หรือขอรับ”

“อุบ๊ะ…มันช่างไม่ตรวจดูดาวเขาให้ถ้วนถี่” หลวงตาพูดเสียงตำหนิศิษย์ “เสาร์จรเป็นเจ้าเรือนกฎุมภะขึ้นไปทับพฤหัสอยู่เรือนอริพฤหัสมาทับลัคน์ เสาร์ทับอยู่เรือนศุกร์ ศุกร์เจ้าเรือนมาเป็นเกษตรอยู่ลาภะ มันไม่ใช่ได้ลาภเงินทองแล้วมันจะได้อะไร อ้ายเงินน่ะมันจะได้แต่ตัวเองจะเกิดทุกข์หนักตามดาวเดิมเรือนเดิมนั่นแหละ”

“หมอเถาร้องอ้อ “พอจะเห็นแล้วขอรับ” “ยังก่อน” หลวงตาโบกมือ “เมื่อดูเขาว่าจะมีลาภมันก็ต้องดูให้ตลอดว่าเขาจะมีโชคลาภจากเรื่องอะไร อยู่ๆ มันจะรวยขึ้นมาเฉยๆ ไม่ได้ มันจะถูกหวยรวยโปหรืออย่างไร”

เมื่อเห็นศิษย์นิ่งฟังหลวงตาก็อธิบายต่อ “ตัวเองเป็นหญิงเลี้ยงลูกอยู่กับบ้านมิได้ค้าขายทำมาหากิน อะไรเล่ามันเป็นลาภมาดูศุกร์จรตัวลาภเดิมมันเป็นมรณะอยู่ และมันอยู่รวมกับพุธเดิมซึ่งเป็นตัวปัตนิเสียด้วย ใจข้าไม่สบายเลยดูมันพิกลเหมือนจะแช่งเขาเหลียวดูเรือนพุธในราศีกันย์ ซึ่งมันเหมือนเรือนเดียวกับเรือนปัตนิดาวมฤตยูจรก็มาครองอยู่ และทับราหูเดิม มันอาศัยราหูจรมาทับลัคน์เข้าอีก นี่แหละตัวศรีเขาว่ามันเอาความสูญเสียมาทับลัคน์ ไม่อยากพูดเลยว่าจะเป็นหม้ายแล้วได้ลาภ ถึงได้เตือนๆ ไว้ให้เตือนผัวมันระวังตัว เพราะมันหากินอยู่กับอันตรายอยู่แล้ว”

สีหน้าหมอเถาพลอยเศร้าเป็นทุกข์ไปด้วย “แล้วหลวงตาไม่เตือนเขาตรงๆ เขาจะได้หลีกเลี่ยงเสีย ปล่อยไปทั้งๆ รู้จะเป็นบาปนะคะรับ”

“เตือนต่อหน้าครูสมศักดิ์ก็เท่ากับฉีกหน้าเขาน่ะซี หมอเถาเอ๋ย หมอเถาน่ะแหละแอบไปเตือนๆเขาไว้แต่อย่าให้เป็นเรื่องเกิดทุกข์จนกินไม่ได้นอนไม่หลับล่ะ เพราะเราเป็นเพียงหมอดู ดูแต่ดาวมิใช่อรหันต์รู้แจ้งในชีวิตสัตว์ ดาวอาจผิดคนดูอาจผิดมันจะก่อทุกข์ให้เขา”

หลวงตาลุกขึ้นยืนขอตัวไปครองจีวรเพราะรับนิมินต์เขาไว้ที่ท้ายบ้านถึงเวลาที่ต้องไปแล้ว หมอเถาและครูก้อนยังคงนั่งพิจารณาดวงชะตาแม่จำรัสกันอยู่สองคนตามดวงดาวที่หลวงตาอ่านไว้ ยิ่งมองก็ยิ่งเห็นจริงไปอีกหลายสถานตามคำอาจารย์ว่า

ต่อมาในวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ.2515 เกิดอุบัติเหตุบนถนนทางระหว่างเพชรบุรีกับประจวบคีรีขันธ์ รถบรรทุกยางแตก คนขับรถลงถอดยางอยู่ข้างถนน ถูกรถเก๋งหลบรถเมล์ที่สวนมากระชั้นชิดเข้าชนเต็มแรงคนขับรถบรรทุกที่กำลังถอดยางตายคาที่ คนขับรถบรรทุกเป็นสามีแม่จำรัสนั่นเอง เรื่องถึงศาลแม่จำรัสได้ค่าทำขวัญและค่าทำศพมา 35,000 บาท เมื่อตอนรับเงินแม่จำรัสร้องไห้โฮเหมือนเด็กๆ







Copyright © 2010 All Rights Reserved.
มูลนิธิสมาคมโหรแห่งประเทศไทยในพระสังฆราชูปถัมภ์ สถานที่ตั้ง เลขที่ 24 ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน แขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร
โทรศัพท์ 02-4243377 Email : horathaimail@yahoo.com


eXTReMe Tracker



www.horawej.com เวปนิตยสาร โหราเวสม์  เพื่อการศึกษาค้นคว้า โหราศาสตร์ และศาสตร์ต่าง ๆ รวมทั้งโปรแกรมผูกดวงต่าง ๆ มากมาย ทางเรายินดี เป็นศูนย์กลางของการเผยแพร่ ความรู้ทางศาสตร์ แห่งโหรศาสตร์ และอื่น ๆ ที่ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ผู้ใดหากท่านใดต้องการรับการพยากรณ์เชิญในห้องกระทู้ มีอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิคอย ตอนรับท่าน อยู่หลายท่าน เรียนเชิญครับ ด้วยความเคารพอย่างสูง webmaster horawej@horawej.com